อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนา
การวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ (Area-based Collaborative Research: ABC), การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research), แนวคิดและหลักการการประเมินเพื่อเรียนรู้ร่วมกัน (Developmental Evaluation: DE), แนวคิดห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab), พื้นที่เชิงระบบ (Systemic Space), กระบวนการเชิงทดลอง (Experimental Process) เข้าชม 2 ครั้ง

การพัฒนาชุดสาระการเรียนรู้ และแหล่งเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อเป้าหมาย การพัฒนาเมือง และคนระยอง

ปีที่เผยแพร่: 2565

บทคัดย่อ (Abstract)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดสาระการเรียนรู้ และแหล่งเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาเมือง
และคนระยอง ตามกรอบการศึกษาจังหวัด Rayong MARCO (Manpower, Ancestor Resources, City Planning,
Occupation) ของสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย จังหวัดระยอง (Rayong Inclusive Learning Academy: RILA)
ซึ่งเป็นกลไกกลางการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษาสู่จังหวัดจัดการศึกษาด้วยตนเอง โดยใช้กระบวนการ
ห้องปฏิบัติการเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City Lab : LCL) ในการดำเนินงานสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ใหม่ของคนทุก
ช่วงวัยจังหวัดระยอง ประกอบด้วย การจัดทำชุดสาระการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ต้นแบบเพื่อพัฒนาพลเมืองระยอง 4.0
รู้รักษ์ระยอง ร่วมกับคณะทำงานขับเคลื่อนการเรียนรู้ในพื้นที่ (RILA’s Move) ในตำบลจัดการศึกษาด้วยตนเอง 4 พื้นที่
ต้นแบบ ให้เชื่อมโยงการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัยสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ผลที่ได้รับ คือ ชุดการเรียนรู้
จำนวน 5 ชุด ได้แก่ ชุดนักสร้างบ้านแปงเมือง ชุดกระบวนการค้นหาต้นทุนชุมชน ชุดสัมผัสคุณค่าผ้าตากะหมุก ชุดสนุก
ไม่จักกะบอก (สนุกสนาน) รู้รักษ์ภาษาถิ่นระยอง และชุดลิ้มรสอาหารท้องถิ่นเมืองระยอง เพื่อพัฒนาคนระยองทุกช่วงวัย
ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเมืองเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และรู้รักษ์คุณค่ารากเหง้าและอัตลักษณ์
ของเมือง รวมทั้งเข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนจังหวัดระยองสู่เมืองแห่งการเรียนรู้อย่างร่วมสมัยได้อย่างมั่นคงต่อไป

วัตถุประสงค์ (Objective)

2.1 เพื่อพัฒนาชุดสาระการเรียนรู้ และแหล่งเรียนรู้ต้นแบบที่จัดทำร่วมกับคณะทำงานขับเคลื่อนการ
เรียนรู้ (RILA’s Move) ให้สามารถตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาเมือง ในการพัฒนาคุณภาพและสมรรถนะคน
ระยองทุกช่วงวัยให้เป็นพลเมืองระยอง 4.0 และมีมาตรฐานการรับรองสู่การพัฒนาวิชาชีพของคนทุกช่วงวัย ตาม
กรอบการศึกษาจังหวัด Rayong MARCO (Manpower, Ancestor Resources, City Planning, Occupation)
2.2 เพื่อถอดบทเรียนและสรุปองค์ความรู้ในการดำเนินงานไปสู่การพัฒนาและขยายผลในการจัดการ
เรียนรู้ต่อไป

รายละเอียด (Details)

การพัฒนาเมืองของจังหวัดระยองตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วใน
หลายมิติ ในทางเศรษฐกิจการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของระยองเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนกลายเป็นจังหวัดที่มีรายได้ประชากรต่อหัว (GPP per Capita) สูงที่สุดในประเทศถึง 1.1 ล้านบาทต่อคนเกิดการอพยพเข้ามาของแรงงานที่กลายเป็นประชากรแฝงจำนวนมากกว่าร้อยละ 70 ของประชากรระยอง และ
การขยายตัวของเมืองเพื่อรองรับประชากรที่เพิ่มขึ้น การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของชุมชนจากการดำรงชีวิตด้วย
การเกษตรและประมงมาเข้าสู่ระบบแรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัวขึ้น พร้อมกับผลกระทบทางด้าน
มลภาวะ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่เพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันตัวเลขรายได้ประชากรต่อหัวที่สูงที่สุดในประเทศ
ก็ไม่ได้สะท้อนผลถึงคุณภาพชีวิตที่แท้จริงของประชาชนชาวระยอง ดังเห็นได้จากการกระจุกตัวของรายได้ที่สาขา
อุตสาหกรรมที่เป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ในขณะที่ภาคเกษตรกรรมซึ่งมีผู้ประกอบอาชีพจำนวนมากมีสัดส่วน
รายได้อยู่เพียงร้อยละ 3 ของรายได้จังหวัด ช่องว่างดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มสูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การเข้ามาของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) ยิ่ง
เป็นแรงขับที่ทำให้สถานการณ์ดังกล่าวทวีความรุนแรงและรวดเร็วยิ่งขึ้น จังหวัดระยอง และคนระยองจึงมีความ
จำเป็นที่จะต้องปรับตัวให้เท่าทันและเตรียมความพร้อมเพื่อตอบรับกับความเปลี่ยนแปลง และก้าวไปสู่ การเป็น
“เมืองนวัตกรรมก้าวหน้า พัฒนาอย่างสมดุล บนพื้นฐานความพอเพียง” ซึ่งต้องมีการสร้างการเรียนรู้ในหลาย
ประเด็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น
1. การพัฒนาทักษะอาชีพในอนาคต เพื่อสร้างความเข้าใจทิศทางความเปลี่ยนแปลงด้านอาชีพและงานที่
จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้เกิดการพัฒนาปรับเปลี่ยนทักษะเพื่อปรับตัวเข้าสู่อาชีพในอนาคต
2. การเรียนรู้และร่วมฟื้นฟูศิลปอัตลักษณ์วัฒนธรรมของจังหวัดระยอง ซึ่งเป็น Soft Power ที่สามารถ
นำมาสร้างมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ได้อย่างมีพลังในยุคปัจจุบัน
3. การพัฒนาการเกษตรยุคใหม่ ที่ใช้ศักยภาพจากทรัพยากรทางธรรมชาติของจังหวัดให้เกิดประโยชน์
และรายได้สูงสุด พร้อมไปกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
4. การจัดการทรัพยากรชายฝั่งและประมงยั่งยืน สร้างการเรียนรู้ให้กับชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจาก
การจัดระเบียบและกฎหมายนานาชาติ รวมถึงปัญหาการลดลงของสัตว์น้ำในทะเล ให้สามารถปรับตัวที่จะแก้ปัญหาและประกอบอาชีพประมงได้ ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเลทั้งพื้นที่
ชายฝั่ง และป่าชายเลนให้เกิดเป็นประมงยั่งยืน
5. การสร้างความตระหนักในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้คนระยองเท่าทัน
สถานการณ์ปัญหาและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ ภายในจังหวัด เช่น ด้านทรัพยากรน้ำ ป่าไม้
รวมถึงมลภาวะทางอากาศจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดความตระหนักที่จะลุกขึ้นมาจัดการแก้ไข
ปัญหาและนำไปสู่ความยั่งยืนร่วมกัน
6. การศึกษาท้องถิ่นศึกษาและการบริหารจัดการพัฒนาเมือง เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในรากและต้นทุน
คุณค่าที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นของคนระยอง เข้าใจถึงแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นและ
สามารถร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน ให้เมืองเติบโตไปในอนาคตได้
อย่างยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต
7. การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (Soft Skills) เพื่อสร้างความพร้อมในการเรียนรู้และ
ปรับตัวสู่อนาคต
ในปี พ.ศ. 2563 องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง จึงได้ร่วมกับสถาบันอาศรมศิลป์ในบทบาทนักวิชาการ
ในพื้นที่และผู้ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงาน (Active Partner) จัดทำ “โครงการ วิจัยปฏิบัติการเพื่อพัฒนาสถาบัน
การเรียนรู้ของคนทุกวัยให้เป็นกลไกสนับสนุนความเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้จังหวัดระยองโดยความร่วมมือของ
องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและภาคีเครือข่าย” ซึ่งนับเป็นโครงการในระยะที่ 1 เพื่อดำเนินงานให้ระยองไปสู่
เป้าหมายการเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ จากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ท้องถิ่น ภาคธุรกิจ
สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และชุมชน เพื่อร่วมกันจัดตั้ง “สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกวัยจังหวัดระยอง
(Rayong Inclusive Learning Academy – RILA)” ให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City
Mechanism) และนำพาระยองไปสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ จากการดำเนินงานดังกล่าวคณะวิจัยได้ใช้
กระบวนการปฎิบัติการเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City Lab: LCL) ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้การปฏิบัติการทาง
สังคม (Social Lab) และการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) มาสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมที่ทำให้เกิดภาคี
เครือข่ายในทุกพื้นที่ของจังหวัด จำนวนกว่า 65 หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่ม ที่มีเป้าหมายร่วมกันที่จะขับเคลื่อนการ
จัดตั้งสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกวัยจังหวัดระยอง และขับเคลื่อนระยองสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ ใน 3
ประเด็น 1) การจัดตั้ง “สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกวัยจังหวัดระยอง (Rayong Inclusive Learning Academy -
RILA)” ในรูปแบบองค์กรเพื่อสังคมที่ยั่งยืน โดยการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ให้เป็นกลไก
ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาสู่ระยองเมืองน่าอยู่ และการเป็นจังหวัดจัดการศึกษาด้วยตนเอง โดยทำหน้าที่
ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ 2)การพัฒนาชุดสาระการเรียนรู้ และแหล่งเรียนรู้ที่
ตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาเมือง และคนระยอง เพื่อให้เกิดการจัดระบบการพัฒนาชุดสาระการเรียนรู้และ
แหล่งเรียนรู้ ร่วมกับภาคีเครือข่าย(Learning Infrastructure & Learning System) ที่ดำเนินการจัดการเรียนรู้ใน
พื้นที่หรือที่เรียกว่าคณะทำงานขับเคลื่อนการเรียนรู้ (RILA’s Move) เพื่อคนระยองทุกวัยสามารถเข้าถึงการเรียนรู้
ได้อย่างเท่าทันและทั่วถึงกันใน 3 หมวดการเรียนรู้ ประกอบด้วย หมวดการเรียนรู้ระดับเมือง หมวดอัตลักษณ์
ระยอง และหมวดการเรียนรู้ใหม่ และ 3)การพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ (Learning Platform) ที่ทำหน้าที่
เชื่อมโยงการเรียนรู้ Online และ Offline รวมถึงการพัฒนาช่องทางการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ในทุกระดับ
ทั้งนี้ในการดำเนินงานใน โครงการการพัฒนาชุดสาระการเรียนรู้ และแหล่งเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อ
เป้าหมายการพัฒนาเมือง และคนระยอง (Inclusive Learning System) ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นโครงการย่อยที่ 1
ภายใต้ชุดโครงการ การวิจัยเชิงบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกวัยในบทบาทกลไกสนับสนุน
ความเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้จังหวัดระยอง โดยความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและภาคี3
เครือข่าย ระยะที่ 2 จึงมีเป้าหมายในการต่อยอดแนวคิดการพัฒนาชุดการเรียนรู้ร่วมกับหน่วยงานองค์กรที่เป็นภาคี
เครือข่ายคณะทำงานขับเคลื่อนการเรียนรู้ (RILA’s Move) ที่ได้มีการวางแนวทางไว้จากระยะที่ 1 เพื่อนำมาจัด
จัดระบบให้เป็นชุดสาระการเรียนรู้ต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพและสมรรถนะคนระยองทุกช่วงวัยเป็นพลเมือง
ระยอง 4.0 ที่ตอบโจทย์บริบทของจังหวัดในเขต EEC โดยยังคงรักษารากฐานอัตลักษณ์ความเป็นคนระยอง ด้วย
กรอบการศึกษาจังหวัด Rayong MARCO (Manpower, Ancestor Resources, City Planning, Occupation)
เพื่อให้มีมาตรฐานการรับรองและสามารถเทียบโอนเข้าสู่ปริญญาหรือเข้าสู่การพัฒนาวิชาชีพของคนทุกช่วงวัยได้
อย่างเป็นระบบและเข้าถึงผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ต่างๆได้อย่างสอดคล้องกับบริบทของคนระยองต่อไปใน
อนาคต
ข้อมูลโครงการ
หัวหน้าโครงการ
นางสาวอภิษฎา ทองสอาด
หน่วยงาน / สถาบัน
สถาบันอาศรมศิลป์
แหล่งทุน
กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) และ หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)งบประมาณด้าน ววน. Full Proposal ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
พื้นที่ศึกษา (Area)
จังหวัดระยอง
กลุ่มเป้าหมาย (Target)
กลุ่มผู้เรียนคนระยองทุกช่วงวัยในจังหวัดระยอง (Learners) ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในฐานะผู้ใช้งาน (Users) แหล่งเรียนรู้และผู้ให้บริการการเรียนรู้ (Learning Providers) ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นแหล่งเรียนรู้นำร่อง และจัดระบบการเรียนรู้เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มการเรียนรู้ ใน 3 หมวดการเรียนรู
ระเบียบวิธีวิจัย
การวิจัยเชิงบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกวัยในบทบาทกลไกสนับสนุนความเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้จังหวัดระยองโดยความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและภาคีเครือข่าย ระยะที่ 2 เกิดจากการสังเคราะห์สถานการณ์และผลกระทบของเมืองในแต่ละมิติ เพื่อจัดทำกรอบคิดหลักในการดำเนินงาน โดยมีรายละเอียด ดังนี้ เหตุปัจจัยที่เป็นลักษณะเฉพาะของจังหวัดระยอง T มีความซับซ้อน เร่งด่วนของโจทย์ และความย้อนแย้งของการพัฒนาเมืองในแบบ 2 ขั้วการพัฒนาระหว่างอุตสาหกรรมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ที่เร็วกว่าการ พัฒนาคน วิธีคิดในการทำงาน “พัฒนาคนให้เท่าทันการพัฒนาเมือง” S มีกลุ่มองค์กร หน่วยงาน ที่ดำเนินการอยู่แล้ว เป็นเจ้าของเรื่องจำนวนมากและหลากหลาย วิธีคิดในการทำงาน 1.สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เป็นเจ้าภาพ ตัวจริง สานพลังเพื่อตอบโจทย์เดียวกัน 2. สร้างเงื่อนไขให้ทุกฝ่ายมาร่วมเรียนรู้ ร่วมคิด ร่วมออกแบบ ร่วมลงมือทำ W ต่างคนต่างทำ ยังกระจัดกระจายขาดระบบ+จุดมุ่งเน้นที่ชัดเจนร่วมกัน วิธีคิดในการทำงาน ใช้ศักยภาพของหน่วยงานท้องถิ่น/ท้องที่ระดับจังหวัดเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงและสนับสนุนการดำเนินงานให้ต่อเนื่อง O ทุกคนมีเป้าหมายร่วมที่จะสร้างระยอง ให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ ทีมวิจัยใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ ริเริ่มให้เกิดการดำเนินงาน 4 ด้าน • จัดปฏิบัติการทางสังคมเพื่อสร้างกลไกความเป็นสถาบัน เพื่อบริหารการจัดระบบนิเวศการเรียนรู้ของเมืองระยอง • พัฒนาโจทย์และสร้างความเข้าใจของการใช้โครงการ พัฒนาเมืองเป็นแหล่งเรียนรู้ เพื่อพัฒนาเมืองให้ส่งเสริม คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม • ออกแบบระบบชุดสาระการเรียนรู้เพื่อสร้างความเข้าใจ ในอัตลักษณ์ ปัญหาการใช้ทรัพยากร และการเรียนรู้ใหม่ • ออกแบบระบบการเข้าถึงแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของคน จากการสังเคราะห์ข้อมูลสู่กรอบแนวคิดการดำเนินงานที่แสดงในตารางดังกล่าว ทำให้เห็นว่าจังหวัดระยองมีความซับซ้อนจากการมีบริบทพื้นที่ที่แตกต่างหลากหลายอยู่ในจังหวัดเดียวกัน และมีความเร่งด่วนและย้อนแย้งของ โจทย์ในการพัฒนาเมืองสู่นโยบาย EEC ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเมือง จึง เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องสร้างเวทีการเรียนรู้เพื่อ “พัฒนาคนให้เท่าทันการพัฒนาเมือง” แต่ในขณะเดียวกัน แม้องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและทุกคนจากหลากหลายภาคส่วนจะมีความตั้งใจดีและพยายามดำเนินการ พัฒนาคนพัฒนาเมืองในแบบของตนอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งในรูปแบบการจัดทำซีเอสอาร์ การให้ทุนการศึกษา หรือ การจัดทำแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย แต่การดำเนินงานเหล่านั้นกลับกระจัดกระจายและขาดพลังในการขับเคลื่อนให้ เกิดความเข้มแข็งไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งการมองเห็นในภาพรวมและจุดสำคัญในการแก้ปัญหาของเมืองว่า ไม่ สามารถทำได้เพียงการสั่งการจากระดับนโยบาย หน่วยงานใดหรือบุคคลฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องเกิดจากการร่วมมือ ของกลุ่มบุคคล หน่วยงาน องค์กรทุกภาคส่วน ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่ มีส่วนได้ส่วนเสีย(Stakeholder) ให้เป็นเจ้าภาพตัวจริง (โดยคณะวิจัยเรียกกลุ่มภาคีเครือข่ายเหล่านี้ว่า RILA’s Move) ให้เข้ามาร่วมสานพลังเพื่อตอบโจทย์เดียวกัน โดยสร้างเงื่อนไขให้ทุกฝ่ายเข้ามา ร่วมรับรู้ (Co-presencing) ร่วมคิด(Co-sencing) ร่วมออกแบบ และร่วมกำหนดเป้าหมายร่วม เพื่อลงมือแก้ปัญหา (Co-Creating) กับ สถานการณ์หรือโจทย์ปัญหาและผลกระทบที่เผชิญอยู่ ด้วยการร่วมเรียนรู้และหาทางออกร่วมกัน (Co-evoling) โดย ใช้ศักยภาพของหน่วยงานท้องถิ่น/ท้องที่ระดับจังหวัด คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง และเทศบาล เป็น ตัวกลางในการเชื่อมโยงและสนับสนุนการดำเนินงานให้เกิดความต่อเนื่อง โดยมีทีมวิจัยใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ ริเริ่มให้เกิดการดำเนินงาน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาคนให้เท่าทันการพัฒนาเมืองในการดำเนินงาน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) จัดปฏิบัติการทางสังคมเพื่อสร้างกลไกความเป็นสถาบันเพื่อบริหารการจัดระบบนิเวศการเรียนรู้ของ เมืองระยอง 2) พัฒนาโจทย์และสร้างความเข้าใจของการใช้โครงการพัฒนาเมืองเป็นแหล่งเรียนรู้ เพื่อพัฒนาเมืองให้ ส่งเสริมคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 3) ออกแบบระบบชุดสาระการเรียนรู้เพื่อสร้างความเข้าใจในอัตลักษณ์ของจังหวัดระยอง การจัด การเมืองและปัญหาการใช้ทรัพยากร และการเรียนรู้ใหม่ 4) ออกแบบระบบการเข้าถึงแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของคนทุกวัย จังหวัดระยอง จากกรอบแนวคิดที่กล่าวมา จึงนำมาสู่การใช้ระเบียบวิธีของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างตัวแทนกลุ่มภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนของสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกวัยหรือที่ เรียกว่าคณะทำงานขับเคลื่อนการเรียนรู้ (RILA’s Move) ให้เข้ามามีส่วนร่วมสร้างและรวบรวมความรู้เพื่อนำมา จัดระบบให้เป็นชุดสาระการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ที่มีความจำเป็นและสอดคล้องกับวิถีชีวิตและบริบทของจังหวัด ระยอง ใน 3 หมวดการเรียนรู้ (หมวดการเรียนรู้ระดับเมือง หมวดอัตลักษณ์ระยอง หมวดการเรียนรู้ใหม่) ด้วยการ เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผ่านปฏิบัติการเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City Lab: LCL) ที่จะทำให้ผู้เข้ามามีส่วน ร่วมทุกภาคส่วนทั้งผู้จัดการเรียนรู้ (Provider) ผู้สนับสนุนการเรียนรู้ (Endorser) และกลุ่มผู้เรียน (Learners) ที่ หรือผู้ใช้งาน (Users) ในชุมชนหรือประเด็นที่สนใจในนั้นๆ ได้เกิดการเรียนรู้จากกระบวนการระบุปัญหา (CoInitiating) ที่เกิดจากสถานการณ์จริงของชุมชน ที่นำมาสู่การร่วมรับรู้ (Co-presencing)ร่วมคิด(Co-sencing) ร่วม กำหนดเป้าหมายร่วมเพื่อลงมือแก้ปัญหา (Co-Creating) กับสถานการณ์หรือโจทย์ปัญหาที่เผชิญอยู่ด้วยการร่วม เรียนรู้และหาทางออกร่วมกัน (Co-evoling) กระบวนการสร้างการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาชุดสาระการ เรียนรู้และแหล่งเรียนรู้นี้เป็นกระบวนการเรียนรู้แบบองค์รวมที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง (Holistic & Transformative Learning) ทั้งในระดับปัจเจกบุคคลและระดับกลุ่ม จากกระบวนการร่วมเสวนา ในพัฒนาการ ทำงานที่ทำให้ทุกคนเกิดการรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเรียนรู้วิธีคิดของกันและกัน ด้วยการใคร่ครวญ สะท้อนคิด (Head) ต่อสถานการณ์และสภาพปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ จนเกิดแรงบันดาลใจและพลังในการร่วมกัน สร้างสรรค์ และค้นหาวิธีการลงมือแก้ไขปัญหานั้นด้วยตนเอง (Hand) จากใจที่มองเห็นเป้าหมายที่มีคุณค่า (Heart) ด้วยคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนหรือผู้เรียนร่วมกัน ซึ่งจะส่งผลให้ทั้งบุคคลและชุมชนเกิดการ เปลี่ยนแปลงทัศนคติ พฤติกรรมเกิดสมรรถนะใหม่สู่การเป็นผู้เรียนรู้ (Learner Person) ที่พร้อมเผชิญและเรียนรู้กับ สถานการณ์ปัญหาเพื่อศึกษาค้นหาทางออก พร้อมเรียนรู้สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต อยู่เสมอ (Lifelong Learning) และเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งของเมือง (Active Citizen) ที่พร้อมจะดูแล พัฒนาบ้าน ชุมชนและสังคมของตน ให้ เข้มแข็งมีสุขภาวะที่ดีเพื่อก้าวไปสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ต่อไปในอนาคต ทั้งนี้คณะผู้วิจัยได้ใช้หลักการ 7 องค์ประกอบ ในการทำให้เกิดระบบพัฒนาชุดสาระการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และเข้มแข็ง คือ 1) คณะทำงาน ผู้จัดทำหลักสูตรเป็นเจ้าขององค์ความรู้หรือเป็นผู้รู้เฉพาะทางและมีผู้ให้การ สนับสนุน 2) ชุดสาระการเรียนรู้/หลักสูตร มีองค์ประกอบชัดเจนคือ โครงสร้าง แนวคิด เนื้อหาการเรียน และ กระบวนการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง 3) ชุมชนมีส่วนร่วมออกแบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทและการนำไป ประยุกต์ใช้จริงเพื่อส่งเสริมสมรรถนะของผู้เรียน 4) จัดการเรียนรู้ผ่านโครงการที่มีความเชื่อมโยงและก่อให้เกิด ประโยชน์กับชุมชน 5) มีระบบประเมินผลการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะและการเปลี่ยนแปลงในตัวผู้เรียน 6) มี แผนงบประมาณการดำเนินงานเพื่อเชื่อมโยงแหล่งทุนสนับสนุน 7)แผนการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างเวทีแลกเปลี่ยน เรียนรู้สู่วงกว้าง
งานวิจัยที่น่าสนใจ