บทคัดย่อ (Abstract)
การศึกษาแบบตัดขวาง มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อประเมินและศึกษาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจในกลุ่มวัย
ทำงาน 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระดับคุณภาพชีวิต กลุ่มตัวอย่างจำนวน 396 คน เก็บรวบรวมข้อมูล
โดยใช้แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม แบบประเมินและสนทนากลุ่มย่อย วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติ
วิเคราะห์หาค่าสัมประสิทธิสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่าร้อยละ 54.3 เป็นเพศหญิงอายุเฉลี่ย 44 ปี
(SD =11.68) ร้อยละ 54.5 เป็นแรงงานภาคบริการร้อยละ 46.0 มีรายได้อยู่ระหว่าง 5,001-10,000 บาทต่อเดือน
ร้อยละ 48.5 รายได้เพียงพอแต่ไม่เหลือเก็บร้อยละ 88.4 ไม่เคยจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายในครอบครัวร้อยละ 92.7
เลือกบริการด้านสุขภาพโดยการใช้การประกันสุขภาพถ้วนหน้า สำหรับปัจจัยแต่ละด้านที่มีผลต่อคุณภาพชีวิต
โดยรวมอยู่ในระดับดีร้อยละ 63.9 ระดับคุณภาพชีวิตโดยรวมอยู่ในระดับดีร้อยละ 82.3 มีภาวะความสุขอยู่ในระดับดี
ร้อยละ 70.7 ผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระดับคุณภาพชีวิต พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ รายได้การ
เลือกใช้บริการด้านสุขภาพ (r = .14, r =.11, p-value = .05) และระดับการศึกษา (r = .18, p-value = .001) มี
ความสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับระดับคุณภาพชีวิตส่วนสถานภาพสมรส (r = -.13, p-value
= .05) อายุความพอเพียงต่อรายได้ (r = -.18, r = -.16, p-value = .001) มีความสัมพันธ์ทางลบอย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถิติกับระดับคุณภาพชีวิตและปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของกลุ่มวัยทำงานได้แก่ด้านสุขภาพมาตรฐานการ
ครองชีพสัมพันธภาพทางสังคมและด้านการทำงานมีความสัมพันธ์ทางบวกกับระดับคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญทาง
สถิติ (r = 0.602, r = 0.284, r = 0.434, r = 0.317, p-value = .001) การวิจัยชี้ให้เห็นว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใน
ชุมชนทั้งภาครัฐและเอกชนควรให้ความสำคัญกับปัจจัยเหล่านี้ในกลุ่มวัยทำงานเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน
ปากพูนและส่งเสริมให้พวกเขาเป็นกลุ่มวัยทำงานที่มีสุขภาพดี
วัตถุประสงค์ (Objective)
2.1 เพื่อประเมินและพัฒนาระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนเทศบาลเมืองปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
2.2 เพื่อความสัมพันธ์ระหว่างระดับคุณภาพชีวิตและเครื่องบ่งชี้ระดับการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนเทศบาลเมือง
ปากพูน
2.3 เพื่อประเมินสัดส่วนของกำไรต่อค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการลงทุน (Return on Investment, ROI) ประเมิน
ผลตอบแทนทางสังคม (Social Return on Investment, SROI)
รายละเอียด (Details)
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ยึดคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนามุ่งสร้างคุณภาพชีวิตและสุขภาวะ
ที่ดีสำหรับคนไทยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทรัพยากรมนุษย์ เป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศ การ
ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะด้านวัตถุ ด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ ด้านความก้าวหน้าของ
เทคโนโลยี เพื่ออำนวยความสะดวกสบายในชีวิตแก่พลเมือง รวมถึงการส่งเสริมทางด้านร่างกายและสภาพจิตใจ ต่าง
ก็เป็นประเด็นที่มุ่งส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสิ้น การตื่นตัวในการศึกษาคุณภาพชีวิตของประชากรมีมา
นานหลังจากที่แพร่ขยายในประเทศทางตะวันตกโดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกาและแคนาดาไปสู่นานาประเทศทั่ว
โลก เป็นการยืนยันถึงความสำคัญ และความจำเป็นของการศึกษาคุณภาพชีวิตของประชากร อันจะนำไปสู่แนวทาง
ในการปรับปรุงหรือวางแผนนโยบายของประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ (จินางค์กูร โรจนนันต์,
2560) สำหรับประเทศไทยนั้นจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ยึดหลัก
“ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” “การพัฒนาที่ยั่งยืน” และ “คนเป็นศูนย์กลางพัฒนา” ซึ่งมีแนวทางการพัฒนาบน
พื้นฐานของการให้ “คนเป็นศูนย์กลางพัฒนา” และจากการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา จึงต้องให้ความสำคัญกับ
การวางรากฐานการพัฒนาคนให้มีความสมบูรณ์ ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตมีความสำคัญอย่างมาก เพื่อให้
ประชาชนสามารถพัฒนาตนเองและสังคมไปสู่เป้าหมายที่พึงปรารถนา ทั้งในส่วนบุคคล ครอบครัว ชุมชน จึงต้องมี
การพัฒนาในด้านร่างกายและจิตใจเพื่อให้มีแนวคิดเจตคติที่ดี รู้จักการบริหารตนเอง การเอื้ออาทรต่อบุคคลอื่น มี
อาชีพและรายได้มีพอเพียงต่อการดำรงชีวิต มีคุณธรรม ศีลธรรม ถ้าหากปฏิบัติได้เท่ากับเป็นการยกระดับทั้งตนเอง
และสังคม ทำให้มีคุณค่า มีความเจริญงอกงาม ปัญหาต่าง ๆ ในสังคมลดน้อยลง เช่น ปัญหาครอบครัว ปัญหา
อาชญากรรม ปัญหามลภาวะเป็นพิษ เป็นต้น ประเทศต่าง ๆ จึงพยายามอย่างเต็มที่ในการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตในระดับที่สูงขึ้น เพื่อช่วยให้สมาชิกทุกคนในสังคมกินดีอยู่ดี มีความสุขสมบูรณ์ ในแผนยุทธศาสตร์กรมพัฒนาชุมชน (พ.ศ. 2560-2564) กรมพัฒนาชุมชนได้กำหนดทิศทางนโยบาย และ
ยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคนพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบส่งเสริมพัฒนาคนและพัฒนา
ชุมชน (กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย, 2560) กล่าวได้ว่า คุณภาพชีวิตเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามีความสำคัญและ
จำเป็นต่อบุคคลและสังคมเป็นสิ่งที่มนุษย์สามารถกำหนดและสร้างเพื่อให้ระดับการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ จึงต้องมี
การพัฒนาตนเองเพราะคุณภาพชีวิตเป็นเรื่องสำคัญมากทั้งในระดับบุคคลและสังคมในปัจจุบันและความสำคัญของ
ประเทศชาติเมื่อประชาชนในสังคมมีคุณภาพชีวิตที่ดีย่อมทำให้คุณภาพชีวิตในสังคมและประเทศดีขึ้นด้วย แต่ทั้งนี้รัฐ
ต้องมีนโยบายที่จะเอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากร เช่น สภาพแวดล้อมการศึกษา การประกอบอาชีพ
รายได้ของประชากร เป็นต้น คุณภาพชีวิตของประชาชน คือ มาตรฐานการดำรงชีวิตอันเหมาะสมของประชาชนตาม
ความจำเป็นพื้นฐานในสังคม สิ่งแวดล้อม ครอบครัว การมีที่อยู่อาศัย ฐานะทางการเงิน วัฒนธรรมเพื่อนบ้าน การ
พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คือ การทำให้มนุษย์มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพในด้านการทำงานเพื่อพัฒนาตนเอง
ครอบครัว สังคมและประเทศชาติ ซึ่งสถานการณ์คุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทยในปัจจุบัน ด้านคุณภาพ
การศึกษา ได้แก่ ปัญหาการไม่รู้หนังสือ ขาดความรู้ในการประกอบอาชีพ ปัญหาความเสมอภาคทางการศึกษา ด้าน
การว่างงาน ส่งให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา เช่น ปัญหาอาชญากรรม แหล่งชุมชนแออัด ความเสื่อมโทรมของศีลธรรม
เช่น การแพร่ระบาดของยาเสพติดให้โทษ การก่ออาชญากรรมทางเพศ การอพยพย้ายถิ่นของคนในชนบทเข้าสู่เมือง
ทำให้เกิดปัญหาชุมชนเมือง การอพยพย้ายถิ่นของคนในชนบทเข้าสู่เมืองมีสาเหตุจากฝนแล้ง ผลผลิตราคาตกต่ำ
ความยากจน ปัญหาการทำลายลายทรัพยากรธรรมชาติมีสาเหตุจากความยากจนและขาดความรู้ความเข้าใจในคุณค่าของ
ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การบุกรุกพื้นที่เขตป่าสงวนเพราะขาดที่ดินทำมาหากิน (ทศพร พวงสมบัติ, 2560)
แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) ได้สรุปสถานการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อการ
พัฒนาสุขภาพพบว่า ปัจจุบันระบบสุขภาพของทุกประเทศทั่วโลกประสบปัญหาท้าทายที่ซับซ้อนและ เปลี่ยนแปลง
อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับประเทศไทยกำลังเผชิญกับสภาวการณ์ที่มีความหลากหลาย ทั้งโครงสร้างของประชากรที่
กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ตลอดจนการเกิดปัจจัยภัยคุกคามสุขภาพของประชาชนจากภาวะโรคที่มีแนวโน้มเป็น
โรคไม่ติดต่อหรือโรคเรื้อรังเพิ่มมากขึ้น การเกิดโรคอุบัติ ใหม่ในพืชและสัตว์ โรคติดต่อจากสัตว์สู่คนมีแนวโน้มซับซ้อน
รุนแรง และควบคุมยากขึ้น การเคลื่อนย้ายของประชากร การเข้ามาทำงานของแรงงานต่างชาติ ทั้งการเกิดภัย
ธรรมชาติที่จะมี ความรุนแรงและมีความถี่มากขึ้น ความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ของคน
กลุ่มต่าง ๆ ขณะเดียวกันโรคมะเร็งและอุบัติเหตุยังถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิต 2 อันดับแรกของคนไทย ซึ่งปัญหา
สุขภาพเหล่านี้มีแนวโน้มที่เกิดจากพฤติกรรมและวิถีการใช้ชีวิตของประชาชน ซึ่งส่งผลต่อ เศรษฐกิจ สังคมและ
สิ่งแวดล้อมอย่างมาก โดยยังขาดระบบข้อมูลเพื่อการเฝ้าระวัง ด้านการป้องกัน โรคและภัยคุกคามสุขภาพ ขาดกลไก
ลการมีส่วนร่วมและการบูรณาการในการบริหารจัดการ เพื่อพัฒนาสุขภาพของประชากรในระดับพื้นที่และท้องถิ่น
กฎหมายและข้อระเบียบบางประการยังไม่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพและการมีสุขภาพที่ดีในระดับชุมชน จึงมีความที่จะต้องเสริมศักยภาพและบทบาทให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการปัจจัยเสี่ยงและภาวะคุกคาม
สุขภาพโดยชุมชนเอง อันเป็นหลักการที่สำคัญเพื่อสร้างความต่อเนื่องและยั่งยืนของการพัฒนา
จากการวิเคราะห์ปัญหา และความต้องการของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองปากพูน จังหวัด
นครศรีธรรมราช (เทศบาลเมืองปากพูน, 2564) สามารถสะท้อนถึงคุณภาพชีวิตด้านต่าง ๆ ของชุมชน ซึ่งสามารถ
สรุปปัญหาของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่ามีปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน
และบริการสาธารณะการบริการด้านการประปาการบริการด้านไฟฟ้าท่อระบายน้ำหรือรางระบายน้ำสวนสาธารณะ
การพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการพัฒนาด้านเศรษฐกิจด้านสาธารณสุขด้านการศึกษา กีฬา ศาสนาและ
ศิลปวัฒนธรรมด้านสังคมและสวัสดิการสังคมสงเคราะห์ด้านการเมืองและการบริหารจัดการที่ดีและด้าน
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งความต้องการของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองปากพูน จังหวัด
นครศรีธรรมราช สามารถสรุปรายละเอียดที่เกี่ยวข้องได้ดังนี้ชุมชนต้องการให้มีการส่งเสริมอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ของ
ครัวเรือน ส่งเสริมกลุ่มอาชีพ โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ต้องการให้มีการส่งเสริมสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนใน
การประกอบอาชีพ ความต้องการให้มีการส่งเสริมอาชีพให้แก่ ผู้สูงอายุ และการสนับสนุนด้านวิชาการเพื่อพัฒนา
ทักษะการประกอบอาชีพต้องการให้มีศูนย์การเรียนรู้ ไอซีที และมีบริการอินเตอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในตำบล
ให้กับเด็กเยาวชน และประชาชนทั่วไป
จากข้อมูลข้างต้น ผู้วิจัยเล็งเห็นความสำคัญในประเด็นการพัฒนาคนในทุกด้านซึ่งเมื่อคนได้รับการพัฒนาและ
แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจะช่วยให้มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีตามมา ดังนั้นจึงต้องมีการวัดระดับคุณภาพชีวิต และ
ระดับการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อนำไปสู่แนวทางในการปรับปรุงหรือวางแผนในระดับนโยบายของเทศบาลเมืองปากพูน
ปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตในระดับที่สูงขึ้น พัฒนาศักยภาพด้านต่าง ๆ ตามความต้องการ
ของชุมชน ยังตระหนักถึงการติดตามประเมินผลการดำเนินโครงการทั้งการสำรวจความต้องการของชุมชน การ
ประเมินผลผลิตของโครงการ และการประเมินผลลัพธ์ทางสังคมของโครงการ โดยเฉพาะการประเมินผลลัพธ์หรือ
ผลกระทบทางสังคมที่เกิดจากการดำเนินโครงการวิจัยในรูปแบบการประเมินแบบความสมดุลสามเสาหลัก (Threepillar Approach) ได้แก่ ผลลัพธ์ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและด้านสิ่งแวดล้อม การหาแนวทางในการประเมินความคุ้มค่าของการดำเนินโครงการ รวมทั้งส่งเสริมให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตดีทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม เศรษฐกิจ และ
สิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาแนวทางการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชุมชนปากพูนให้เป็นชุมชนเข้มแข็งอยู่ดีมีสุข