บทคัดย่อ (Abstract)
กลไกความร่วมมือเชิงพื้นที่เพื่อการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City) เป็นการศึกษากระบวนการการบริหารความร่วมมือ พัฒนาศักยภาพนักจัดการเรียนรู้เมือง (City Learning
Administrator) แบบเสริมพลัง (Empowerment) สร้างและส่งเสริมกลไกการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ระหว่างรัฐ เอกชน ประชาชน และนักจัดการเรียนรู้เมือง (City Learning Administrator) ใช้
การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยใช้การวิจัยระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ (Qualitative methods) ใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research-PAR) ผลการศึกษาพบว่า 1) การสร้างการรับรู้เรื่องการพัฒนา
เมืองแห่งการเรียนรู้ร่วมกับภาคีความร่วมมือในจังหวัดกาฬสินธุ์และสามารถสร้างประเด็นสาธารณะร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน 2) เกิดตลาดวัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อเป็นกลไกในการส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น คือ ตลาดวัฒนธรรมชุมชนเมืองเก่า และต่อยอดเพิ่มเติมจากกลไกที่เกิดขึ้นคือ ตลาดชุมชนริมน้ำปาว ที่สามารถเป็นพื้นที่การถ่ายทอดความรู้ระหว่างช่วงวัย (Knowledge Transfer) เชื่อมโยงกับเส้นทางการเรียนรู้ที่ส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นตามเส้นทางที่กำหนดตามเส้นทางการเรียนรู้ของเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ 3)นักจัดการเรียนรู้เมือง (City Learning Administrator) สามารถรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในชุมชน และ
เป็นผู้ประสานระหว่างกิจกรรมเรียนรู้ของเทศบาลตามโครงการพัฒนาต่างๆให้สามารถเข้าถึงการดำเนินกิจกรรมของเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ที่เหมาะสมและตอบโจทย์ที่เหมาะสมกับความสนใจและการเรียนรู้ของ
ตนเองได้รูปแบบเครือข่ายความร่วมมือมีความชัดเจน แต่ยังขาดการให้ความสำคัญมิติเรื่องคุณภาพความร่วมมือในกระบวนการทางนโยบาย มีรูปแบบความร่วมมือ 4 แบบ ได้แก่ 1.ความร่วมมือภายใต้แผนองค์กร (Division Autocorrelation) 2.ความร่วมมือแบบบูรณาการแผนงานและโครงการร่วมกันภายในองค์กรร่วมด้วย (Organization Autocorrelation) 3.รูปแบบความร่วมมือดำเนินภารกิจร่วมกันเสนอ
โครงการตามนโยบายบูรณาการร่วมระหว่างหน่วยงาน โดยมีหน่วยงาน 2 หน่วยงานขึ้นไปในการเสนอขอรับงบประมาณร่วมกัน เป็นเจ้าของงบประมาณร่วมกัน พัฒนามาสู่การดำเนินงานร่วมกัน (Co-Autocorrelation) และ 4.เครือข่ายแบบร่วมสนับสนุน (Cosponsorship) รูปแบบความร่วมมือการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้ ในลักษณะเครือข่ายร่วมสนับสนุน เป็นรูปแบบที่พบได้มากที่สุดในการจัดบริการสาธารณะของเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ เป็นความร่วมมือในรูปแบบ สมาชิกเครือข่าย ข้อเสนอแนะที่ได้จากการศึกษา คือควรมีการพัฒนาและปรับปรุงให้มีความต่อเนื่องและเกิดความร่วมมืออย่างแท้จริง จะส่งผลให้กลไกพื้นที่ที่เรียกว่านักจัดการเรียนรู้เมือง (City Learning Administrator) สามารถเป็นกลไปที่เข้มแข็งปราศจากการแทรกแทรงของกลุ่มทางการเมือง และมีความเข้มแข็งอย่างแท้จริง
วัตถุประสงค์ (Objective)
1.เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในฐานะพลเมือง (Citizen engagement) ผ่านกิจกรรมเรียนรู้สาธารณะของ
ประชาชนที่เหมาะสมกับช่วงวัย
2.เพื่อเชื่อมโยงกลไกและกลยุทธ์ความร่วมมือ (Collaborative Governance) ท้องถิ่นของภาคส่วน
ต่างๆ ในการขับเคลื่อนกิจกรรมเรียนรู้สาธารณะของท้องถิ่น
3.เพื่อบริหารจัดการเครือข่ายความร่วมมือสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ให้เกิดความความต่อเนื่อง
และยั่งยืน
รายละเอียด (Details)
กลไกความร่วมมือเชิงพื้นที่เพื่อการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City) เป็นการศึกษา
กระบวนการการบริหารความร่วมมือ พัฒนาศักยภาพนักจัดการเรียนรู้เมือง (City Learning Administrator)
แบบเสริมพลัง (Empowerment) สร้างและส่งเสริมกลไกการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้
ระหว่างรัฐ เอกชน ประชาชน และนักจัดการเรียนรู้เมือง (City Learning Administrator) ใช้การวิจัยครั้งนี้
ผู้วิจัยใช้การวิจัยระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ (Qualitative methods) ใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม
(Participatory Action Research-PAR) มีที่มาความสำคัญคือการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้ได้เข้ามามี
บทบาทสำคัญในยุทธศาสตร์สำคัญของเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ภายหลังจากการประกาศเจตนารมย์ในการเข้า
ร่วมและมุ่งมั่นในการพัฒนาเมืองกาฬสินธุ์เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ ในปี 2564 เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ได้เข้ารับ
การประเมินเพื่อเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้จากยูเนสโก ในกิจกรรมการเปิดรับสมัครเมืองต่างๆ
ทั่วโลก การขับเคลื่อนโครงการที่เกี่ยวข้องกับศูนย์การเรียนรู้สำหรับทุกเพศทุกวัย โรงเรียนพัฒนาความเป็นเลิศ
ทางด้านกีฬาวอลเลย์บอล การสืบสานประเพณีบุญซำฮะ หอศิลป์กาฬสินธุ์ พื้นที่สร้างสรรค์เยาวชน การ
ยกระดับคุณภาพศึกษาโรงเรียนเทศบาล ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา พิพิธภัณฑ์กาฬสินธุ์ศึกษา และศูนย์เรียนรู้
ออนไลน์ ในปี 2564 ภายใต้การนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) มี
การดำเนินงานที่เป็นทุนพื้นที่ที่นำมาสู่การพัฒนาตามหัวข้อโครงการวิจัยดังนี้
1) การสร้างการรับรู้เรื่องการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ร่วมกับภาคีความร่วมมือในจังหวัดกาฬสินธุ์
และสามารถสร้างประเด็นสาธารณะร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน มีเวทีสาธารณะเพื่อสร้างประเด็น
ร่วมในการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกัน ได้แก่ เวทีการหารือเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม
ในฐานะพลเมือง เพื่อค้นหาความต้องการและการพัฒนาพื้นที่ความต้องการให้สอดคล้องกับช่วงวัย การเสวนา
ความสุข 5 มิติของแต่ละช่วงวัยเพื่อค้นหารูปแบบการเรียนรู้และความต้องการของทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่ม
ผู้สูงอายุ และเยาวชน เพื่อสร้างให้เกิดพื้นที่ในการแลกปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างช่วงวัย การเชื่อมโยงกลไกโดยการ
ออกแบบเวมีร่วมกับภาคีเครือข่ายในการสร้างหน้าที่ร่วมเพื่อพัฒนาเมือง ตลอดจนการดำเนินกิจกรมในพื้นที่
การเรียนรู้ตลาดนัดวัฒนธรรม ตลาดนัดเด็กดี ในพื้นที่ตลาดวัฒนธรรมเมืองเก่าด้วย
2) เกิดตลาดวัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อเป็นกลไกในการส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น คือ ตลาดวัฒนธรรม
ชุมชนเมืองเก่า และต่อยอดเพิ่มเติมจากกลไกที่เกิดขึ้นคือ ตลาดชุมชนริมน้ำปาว ที่สามารถเป็นพื้นที่ การ
ถ่ายทอดความรู้ระหว่างช่วงวัย (Knowledge Transfer) เชื่อมโยงกับเส้นทางการเรียนรู้ที่ส่งเสริมเศรษฐกิจ
ท้องถิ่นตามเส้นทางที่กำหนดตามเส้นทางการเรียนรู้ของเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ทั้งนี้จากการดำเนินการและ
ขับคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้ในระยะแรก ส่งผลให้ประชาชนในเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์เข้าร่วมกิจกรรมชิม ช้
อป เที่ยวจำนวน 1,530 คนต่อสัปดาห์ มีรายได้เกิดขึ้นจำนวน 177,160 บาทต่อสัปดาห์ และมีร้านค้าเข้าร่วม
82 ร้านในการเข้าร่วมกิจกรรม (รายงานการบริหารจัดการตลาดชุมชนเมืองเก่าเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ,
ธันวาคม 2564) โดยในตลาดมีเวทีสำหรับกิจกรรมส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมกาฬสินธุ์ และเป็นพื้นที่
(Knowledge Transfer) ของทุกช่วงวัยผ่านกิจกรรมตลาดนัดเด็กดี (Kids Market) ที่ส่งเสริมให้เด็กๆได้
แสดงออกและฝึกการเป็นผู้ประกอบการ และในขณะเดียวกันนักจัดการเรียนรู้เมือง (City Learning6
Administrator) ได้ส่งเสริมสนับสนุนให้ปราชญ์ชุมชนได้มาแสดงออกถึงองค์ความรู้ที่ควรอนุรักษ์ไว้ในพื้นที่
ตลาดและผู้คนที่เดินตลาดได้เข้าร่วมกิจกรรมที่ตนเองสนใจในพื้นที่ตลาดวัฒนธรรมเมืองเก่าด้วย
3.นักจัดการเรียนรู้เมือง (City Learning Administrator) จำนวน 20 รายที่เชื่อมโยงกับพื้นที่เส้นทาง
การเรียนรู้ 9 ชุมชน ภายใต้แนวคิด 1 ชุมชน 1 นักจัดการเรียนรู้เมือง โครงการวิจัยได้พัฒนาหลักสูตรในการ
สร้างคนในชุมชนให้เป็นนักจัดการเรียนรู้ ในแต่ละชุมชนการรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในชุมชน ซึ่งกระจัด
กระจายอยู่ในตัวบุคคล (Tacit Knowledge) หรือเอกสาร มาพัฒนาให้เป็นระบบฐานข้อมูลของโครงการ
กาฬสินธุ์เมืองแห่งการเรียนรู้ เพื่อให้ทุกคนในท้องถิ่น สามารถเข้าถึงได้ (Explicit Knowledge) และเป็นผู้
ประสานระหว่างกิจกรรมเรียนรู้ของเทศบาลตามโครงการพัฒนาต่างๆให้สามารถเข้าถึงการดำเนินกิจกรรมของ
เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ที่เหมาะสมและตอบโจทย์ที่เหมาะสมกับความสนใจและการเรียนรู้ของตนเองได้
รูปแบบเครือข่ายมีความชัดเจน แต่ยังขาดการให้ความสำคัญมิติเรื่องคุณภาพความร่วมมือในกระบวนการ
ทางนโยบาย รูปแบบเครือข่ายของการขับเคลื่อนมีความชัดเจน ครอบคลุมความร่วมมือที่เกิดขึ้นภายใต้ส่วน
ราชการสังกัดองค์กรนั้น ซึ่งพบว่ามีรูปแบบความร่วมมือ 4 แบบ ได้แก่ 1.ความร่วมมือภายใต้แผนงานใน
องค์กร (Division Autocorrelation) 2.ความร่วมมือแบบบูรณาการแผนงานและโครงการร่วมกันภายใน
องค์กรร่วมด้วย (Organization Autocorrelation) 3.รูปแบบความร่วมมือดำเนินภารกิจร่วมกันเสนอ
โครงการตามนโยบายบูรณาการร่วมระหว่างหน่วยงาน โดยมีหน่วยงาน 2 หน่วยงานขึ้นไปในการเสนอขอรับ
งบประมาณร่วมกัน เป็นเจ้าของงบประมาณร่วมกัน พัฒนามาสู่การดำเนินงานร่วมกัน (Co-Autocorrelation)
และ 4.เครือข่ายแบบร่วมสนับสนุน (Cosponsorship) รูปแบบความร่วมมือการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้
ในลักษณะเครือข่ายร่วมสนับสนุน เป็นรูปแบบที่พบได้มากที่สุดในการจัดบริการสาธารณะของเทศบาลเมือง
กาฬสินธุ์ เป็นความร่วมมือในรูปแบบ สมาชิกเครือข่าย
ข้อเสนอแนะที่ได้จากการศึกษา คือควรมีการพัฒนาและปรับปรุงให้มีความต่อเนื่องและเกิดความ
ร่วมมืออย่างแท้จริง จะส่งผลให้กลไกพื้นที่ที่เรียกว่านักจัดการเรียนรู้เมือง (City Learning Administrator)
สามารถเป็นกลไปที่เข้มแข็งปราศจากการแทรกแทรงของกลุ่มทางการเมือง และมีความเข้มแข็งอย่างแท้จริง
การพัฒนากลไกเชื่อมระหว่างตัวบุคคล แหล่งความรู้ชุมชน และพื้นที่การเรียนรู้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมี
การศึกษาและพัฒนากระบวนการบริหารความร่วมมือท้องถิ่น ระบุช่องว่าง และ/หรือความซ้ำซ้อนของ
กระบวนการการบริหารความร่วมมือ จากการวิเคราะห์กลไกเดิมที่เกิดขึ้น แม้ว่าเราจะสามารถพัฒนานัก
จัดการเรียนรู้เมือง (City Learning Administrator) ได้ นักจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นในปี 2564 มีข้อจำกัดที่
ยังเป็นกลไกกลางที่เชื่อมระหว่างปราชญ์ชุมชนและพื้นที่การเรียนรู้เท่านั้น ซึ่งเป็นรูปแบบความร่วมมือแนวดิ่ง
(Vertical Collaboration) แบบชั้นเดียว หากมีการเสริมพลังเชิงพื้นที่ในมิติของศักยภาพเพิ่มเติม??นเครือข่าย
นโยบาย (Policy Netwok) ที่มีคำสั่งแต่งตั้งที่เป็นทางการและภาคีสมัครใจเพิ่มเติมในรูปแบบความร่วมมือ
แนวนอน (Horizontal Collaboration) รูปแบบความสัมพันธ์บูรณาการงานขับเคลื่อนเชิงชุมชนพื้นที่แบบ
ร่วมมือ (Vertical and Horizontal Collaboration) จะเป็นการพัฒนาศักยภาพนักจัดการเรียนรู้เมือง (City
Learning Administrator) แบบเสริมพลัง (Empowerment) ซึ่งจะนำมาสู่กลไกที่เข้มแข็งในที่สุด สิ่งสำคัญ
ลำดับมาคือ ความชัดเจนของบทบาทหน้าที่ของเครือข่ายนโยบาย (Policy Netweok) หากเทศบาลเมือง7
กาฬสินธุ์ได้มีกระบวนการบริหารความร่วมมือท้องถิ่นที่ชัดเจน ระบุช่องว่าง และ/หรือความซ้ำซ้อนของ
กระบวนการการบริหารความร่วมมือ รวมถึงการพัฒนารูปแบบความสัมพันธ์บูรณาการงานขับเคลื่อนเชิงชุมชน
พื้นที่แบบร่วมมือ(Vertical and Horizontal Collaboration) ให้กับนักจัดการเรียนรู้เมือง (City Learning
Administrator)