Under research and development
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research – PAR) เข้าชม 5 ครั้ง

โครงการ ยะลาเมืองแห่งการเรียนรู้: การพัฒนาต้นแบบพื้นที่การเรียนรู้ เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตและบูรณาการการเรียนรู้ในบริบทชีวิตจริง สำหรับทุกคน

ปีที่เผยแพร่: 2565

บทคัดย่อ (Abstract)

โครงการ“ยะลาเมืองแห่งการเรียนรู้: การพัฒนาต้นแบบพื้นที่การเรียนรู้เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้
ตลอดชีวิตและบูรณาการการเรียนรู้ในบริบทชีวิตจริงสำหรับทุกคน” เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม
ในการออกแบบ “พื้นที่เรียนรู้ความหลากหลายและการมีส่วนร่วม” (Diversity and Inclusion in Learning
Space) เพื่อผลักดันให้เมืองยะลาเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสำรวจกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วน
เสียในการออกแบบพื้นที่เรียนรู้ความหลากหลายและการมีส่วนร่วม พัฒนาศักยภาพเยาวชนผ่านการเรียนรู้
โดยการลงมือปฏิบัติในการศึกษาเก็บข้อมูลต้นทุนของเมืองยะลาในด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรมและ
ความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างกระบวนการทำงานกับเยาวชนต่างศาสนา ชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ร่วมกันใน
พื้นที่ความขัดแย้งได้มีปฏิสัมพันธ์ และมีส่วนร่วมในการออกแบบและตัดสินใจในทุกขั้นตอนของการพัฒนา
ต้นแบบพื้นที่การเรียนรู้ และเพื่อออกแบบกระบวนการเรี???นรู้และพื้นที่การเรียนรู้ของเยาวชนโดยใช้ข้อมูลจาก
งานวิจัยด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพของเมืองยะลา (โครงการย่อย 1
และ 2) กระบวนการผลักดันให้เมืองยะลาเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ครั้งนี้ เป็นกระบวนการออกแบบพื้นที่
เรียนรู้โดยใช้ต้นทุนความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม และการพัฒนาคนให้ตระหนักถึงความสำคัญ
ของต้นทุนเมืองยะลา ได้นำมาสู่การทดลองมีโครงการที่สร้างพื้นที่การเรียนรู้แห่งความหลากหลายและมีส่วน
ร่วมในเมืองยะลา หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Yala Stories สนับสนุนการทำงานของเยาวชน ด้วยการมี
กระบวนการเรียนรู้ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการเป็นระยะเวลา 5 เดือน โดยมีเยาวชนเข้าร่วมจำนวน 17 คน ที่
มีความแตกต่างหลากหลาย ทั้งศาสนา ชาติพันธุ์ สถานศึกษา รวมไปถึงประสบการณ์ที่แตกต่างกัน โดย
กระบวนการเรียนรู้ดังกล่าว ส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติในเก็บข้อมูลต้นทุนของเมืองยะลา
ในด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรมและชีวภาพ นำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการพัฒนา ออกแบบ และสร้างพื้นที่
การเรียนรู้ที่เปิดกว้างและตอบสนองต่อความสนใจ ความต้องการของผู้คนที่หลากหลายในเมืองยะลา
ตลอดจนการเป็นพื้นที่ให้เยาวชนผู้เข้าร่วมที่มีความแตกต่างกันทั้งศาสนาหรือชาติพันธุ์ ที่อยู่ในพื้นที่ความ
ขัดแย้งความรุนแรงมายาวนาน ได้มีโอกาสมาปฏิสัมพันธ์ ทำงานร่วมกัน และเรียนรู้ความแตกต่างหลากหลาย
ระหว่างกันโครงการ Yala Stories จึงเป็นพื้นที่เรียนรู้ความหลากหลายและความแตกต่างระหว่างเยาวชน เป็น
โอกาสที่ทำให้เยาวชนที่มาจากต่างวัยและต่างโรงเรียนได้มาทำความรู้จักกัน ทำงานร่วมกัน และเรียนรู้
วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเพื่อนที่ต่างไปจากตนเองอย่างที่ไม่เคยมีโอกาสได้ทำมาก่อน อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่
เยาวชนได้ทดลองใช้ทักษะวัฒนธรรมเพื่อเผชิญหน้า ต่อรอง และยืดหยุ่นกับความไม่ลงรอย ความขัดแย้งทาง
วัฒนธรรม ความเชื่อ ความคิดที่แตกต่างของเพื่อนในทีม ครอบครัว หรือผู้คนรอบตัว

วัตถุประสงค์ (Objective)

1) สำรวจกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการออกแบบ “พื้นที่เรียนรู้ความหลากหลายและการมีส่วนร่วม”
2) พัฒนาศักยภาพเยาวชนผ่านการเรียนรู้โดยการลงมือปฏิบัติในการศึกษาเก็บข้อมูลต้นทุนของเมืองยะลา
ในด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ
3) สร้างกระบวนการทำงานกับเยาวชนต่างศาสนา ชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ร่วมกันในพื้นที่ความขัดแย้งได้มี
ปฏิสัมพันธ์ และมีส่วนร่วมในการออกแบบและตัดสินใจในทุกขั้นตอนของการพัฒนาต้นแบบพื้นที่การ
เรียนรู้
4) ออกแบบกระบวนการเรียนรู้และพื้นที่การเรียนรู้ของเยาวชนโดยใช้ข้อมูลจากงานวิจัยด้านความ
หลากหลายทางวัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพของเมืองยะลา (โครงการย่อย 1 และ 2)

รายละเอียด (Details)

ด้วยต้นทุนที่เมืองยะลามี ทั้งในด้านวัฒนธรรมที่ผู้คนมีอัตลักษณ์วัฒนธรรมที่หลากหลาย ด้านการศึกษา ที่มี
สถานศึกษาที่ครอบคลุมในแทบทุกช่วงชั้นและทุกศาสตร์วิชา มีปราชญ์ที่เชี่ยวชาญในหลาย ๆ ด้าน และด้าน
ทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ประกอบกับนโยบายของผู้บริหารในการพัฒนาเทศบาลนครยะลาในปี พ.ศ.
2561-2565 ที่มุ่งหวังจะฟื้นคืนนครยะลาให้กลับมามีความโดดเด่นภายใต้ทุนเดิมที่ถือเป็นจุดแข็งของพื้นที่ ด้วยการ
ตั้งเป้าหมายให้นครยะลาเป็น Harmonize City เมืองแห่งความสมานฉันท์ โดยนำเสนอความเป็นตัวตนของยะลา
ผ่านการทำ City Branding ซึ่งสะท้อนเรื่องราว สถานที่และประวัติศาสตร์ ท้องถิ่นที่มีความเข้มแข็งดึงดูดให้เกิด
ความน่าสนใจ ซึ่งจะเป็นจุดขายที่จะผลักดันให้นครยะลากลายเป็น Landmark สำคัญ สะท้อนจุดเด่นของพื้นที่ วิถี
ชีวิตของชุมชนที่อยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม และ สภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลายได้อย่างลงตัว ดังนั้น
จุดเน้นสำคัญหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองในทิศทางนี้ คือ “การพัฒนาคน” ให้ตระหนักในความสำคัญของ
ต้นทุนทางวัฒนธรรมและทางทรัพยากรที่มีอยู่ของเมืองยะลา มีวัฒนธรรมพลเมือง มีจิตสำนึกสาธารณะ มีจิตอาสา
รักการเรียนรู้ รักสิ่งแวดล้อม ด้วยการพัฒนางานวิจัยและสร้างนวัตกรรมทางสังคม (Social innovation) และการ
พัฒนาเครือข่ายการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้มีการรวมกลุ่ม การตื่นตัว การเรียนรู้ การช่วยเหลือซึ่งกัน
และกัน และมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ โครงการ“ยะลาเมืองแห่งการเรียนรู้: การพัฒนาต้นแบบพื้นที่การเรียนรู้เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตและบูรณาการการเรียนรู้ในบริบทชีวิตจริงสำหรับทุกคน เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมในการ
ออกแบบ “พื้นที่เรียนรู้ความหลากหลายและการมีส่วนร่วม” (Diversity and Inclusion in Learning Space) โดย
การให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติในการศึกษาเก็บข้อมูลต้นทุนของเมืองยะลาในด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ และนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการพัฒนา ออกแบบ และสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่เปิดกว้างและตอบสนองต่อความสนใจ ความต้องการของผู้คนที่หลากหลายในเมืองยะลา
ข้อมูลโครงการ
หัวหน้าโครงการ
วรานุช ชินวรโสภาค
หน่วยงาน / สถาบัน
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
แหล่งทุน
กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) และ หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)งบประมาณด้าน ววน. Full Proposal ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
พื้นที่ศึกษา (Area)
จังหวัดยะลา
กลุ่มเป้าหมาย (Target)
เยาวชนอายุ 15-25 ปี ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดยะลา
ระเบียบวิธีวิจัย
1) ค้นคว้าและสำรวจข้อมูลทั้งทางเอกสารและระบบออนไลน์เพื่อค้นหาต้นทุนเมืองยะลา 2) เก็บและรวบรวมข้อมูลกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียด้วยการค้นคว้าและโทรศัพท์เพื่อสัมภาษณ์ เพื่อนำมาวิเคราะห์ถึง ต้นทุนการออกแบบกิจกรรมให้ครอบคลุมกับความต้องการของกลุ่มเยาวชนในเขตเทศบาลเมืองยะลา 3) จัด focus group และจัดประชุมออนไลน์ทั้งในส่วนของภาครัฐ เอกชนและกลุ่มเยาวชนเพื่อค้นหาและร่วม ออกแบบพื้นที่และ 4) จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้สร้างกิจกรรมให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย โดยนำข้อมูลเนื้อหาทางวิชาการของโครงการย่อยที่ 1 และ 2 มาเป็นพื้นฐานในการสร้างกิจกรรมโดย มุ่งเน้นให้เกิดการทดลองผลิตผลงานจริง 5) นำเสนอผลงานสู่สาธารณะ 6) ถอดบทเรียนการดำเนินงาน
งานวิจัยที่น่าสนใจ