บทคัดย่อ (Abstract)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาพื้นที่แห่งการเรียนรู้ในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอด
ชีวิตในจังหวัดยะลา เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพในจังหวัดยะลา และเพื่อหาแนว
ทางการพัฒนาต้นแบบการสื่อสารความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต : ยะลา
เมืองแห่งการเรียนรู้ เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมโดยเก็บข้อมูลภาคสนามสำรวจความหลากหลาย
ทางชีวภาพ การเก็บคุณภาพน้ำการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมกับกลุ่มเยาวชนในจังหวัดยะลา และการจัด
กระบวนการร่วมกับทีมออกแบบกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ทฤษฎี Human Center ทีมวิจัยลงพื้นที่โดยแบ่งเป็น
ไร่ นา ป่า เขา เมือง
ผลการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพจากแอพพลิเคชัน iNaturalist ,eBird และการมีส่วนร่วม
ของวิทยาศาสตร์ภาคประชาชนในโปรเจ็กต์ชื่อ Biodiversity in Yala, Thailand พบว่ามีการสังเกตการณ์
1,157 ครั้ง พบสิ่งมีชีวิต 683 ชนิด มี 321 ผู้จำแนก และมี 2,022 การจำแนก
การสำรวจคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่สำคัญได้แก่แม่น้ำปัตตานี โดยสำรวจทั้งหมด 6 จุดตั้งแต่อำเภอเบตง
จนถึงอำเภอเมืองยะลา พบว่าคุณภาพน้ำบริเวณต้นน้ำมีคุณภาพดีโดยเฉพาะหมู่บ้านจุฬาภรณ์ 10 แต่เมื่อไหล
ผ่านแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ทำให้แม่น้ำมีคุณภาพต่ำลง บางสถานีมีโอกาสเกิดภาวะออกซิเจนไม่เพียงพอ แต่
อย่างไรก็ตามออกซิเจนในน้ำสามารถเพิ่มขึ้นได้เองถ้าไม่มีน้ำเสียหรือสารอินทรีย์จากชุมชนลงมาเพิ่ม ผลจาก
กระบวนการสร้างการเรียนรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพเป็นการมีส่วนร่วมระหว่างเยาวชนนักวิชาการและ
ชุมชน สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมเข้าด้วยกัน โดยแบ่งเป็น 4 ส่วนคือ 1) Here การให้ความรู้สร้างความเข้าใจ
เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพในจังหวัดยะลา และรับฟังเรื่องเล่าจากสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวของเยาวชน 2)
Create เยาวชนลงพื้นที่บันทึกสิ่งมีชีวิต โดยการจดบันทึก หรือถ่ายภาพ 3) Deliver การส่งข้อมูลภาพเพื่อสร้าง
ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอพพลิเคชัน iNaturalist ซึ่งเป็นการมีส่วนร่วมทางด้านองค์ความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์ 4) Community การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ระหว่างเยาวชน ผู้เชี่ยวชาญ โดยฐานข้อมูลนี้จะ
สามารถเผยแพร่ออกไปเพื่อบันทึกความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ และนำผลการวิจัยนี้ส่งต่อเพื่อเป็น
ฐานข้อมูลในการเรียนรู้ของจังหวัดยะลาต่อไป โดยข้อเสนอแนะของการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทาง
ชีวภาพใน จ. ยะลา
วัตถุประสงค์ (Objective)
1.1 เพื่อต้องการพัฒนาพื้นที่แห่งการเรียนรู้ในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตในจังหวัดยะ???า
1.2 เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพในจังหวัดยะลา
1.3 เพื่อหาแนวทางการพัฒนาต้นแบบการสื่อสารความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อสร้างสังคมแห่ง
การเรียนรู้ตลอดชีวิต : ยะลาเมืองแห่งการเรียนรู้
รายละเอียด (Details)
ยะลาเป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้สุดของประเทศไทยชายแดนติดกับตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย
อยู่บนคาบสมุทรไทย-มาเลย์ เป็นเขตความหลากหลายทางชีวภาพที่ประกอบไปด้วยส่วนของป่าฝนดิบชื้น
(Tropical Rainforest) ที่อุดมสมบูรณ์เป็นส่วนใหญ่ ป่าฝนดิบชื้นในคาบสมุทรไทยมาเลย์เป็นระบบนิเวศที่
สำคัญเช่นเดียวป่าฝนดิบชื้นในบริเวณอื่นของโลก เช่น ป่าฝนอะเมซอนในอเมริกาใต้ ป่าฝนคองโกในแอฟริกา
และป่าฝนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมักจะมีความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศแบบนี้สูงกว่าระบบ
นิเวศประเภทอื่น ซึ่งแม้เทียบโดยพื้นที่แล้วป่าฝนดิบชื้นมีพื้นที่ประมาณ 3% ของระบบนิเวศทั้งหมดในโลก แต่
สามารถพบสิ่งมีชีวิตได้ 50% ชนิดของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลก ในประเทศไทยป่าฝนเขตร้อนชื้นพบได้ใน
บริเวณคาบสมุทรภาคใต้ของไทยและมีระบบนิเวศที่ต่างออกจากภาคอื่น ๆ ของประเทศไทยเป็นเขตชีว
ภูมิศาสตร์ย่อยรวมคาบสมุทรไทยมาเลย์ เกาะสุมาตรา เกาะชวา เกาะบอร์เนียว และเกาะปาลาวัน ซึ่งมีพืช
พันธุ์และสิ่งมีชีวิตที่คล้ายคลึงกันไว้ด้วยกันเรียกว่าเขตย่อยซุนดา (Sunda)
สำหรับจังหวัดยะลา พบว่าระบบนิเวศในบริเวณสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แก่ ปัตตานี ยะลา
และนราธิวาส ซึ่งอยู่ใกล้กับเทือกเขาสันกาลาคีรีที่เป็นเทือกเขาชายแดนกั้นระหว่างไทยกับมาเลเซีย มีความ
คล้ายคลึงกับพื้นที่ในมาเลเซียมากกว่าระบบนิเวศที่ภาคใต้ตอนบนด้วย และพบสิ่งมีชีวิตหลายชนิดที่แตกต่าง
ไปจากภาคใต้ตอนบนที่อยู่เหนือเส้นคันการ์-ปัตตานี1 มีสิ่งมีชีวิตหลายชนิดที่พบเฉพาะในประเทศมาเลเซีย
เช่น นกเงือกหัวแรด นกเงือกปากย่น กระรอกบางชนิด ชะนีมือดำ ชะนีเซียมัง รวมถึงพืชถิ่นเดียวอย่างเช่น ศรี
ยะลาของจังหวัดยะลา และ ใบไม้สีทอง(ย่านดาโอ๊ะ)ของจังหวัดนราธิวาส นอกจากนี้ บริเวณยอดเขาฮาลา
จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นเขตเขาสูงที่เชื่อมต่อกับเขตเขาสูงในประเทศมาเลเซียยังมีสภาพภูมิอากาศหนาวเย็นและ
เป็นระบบนิเวศที่ต่างออกไปที่อื่นในประเทศไทย ซึ่งสามารถพบสิ่งมีชีวิตหลายชนิดที่สามารถพบได้ที่ยอดเขาฮาลา จังหวัดยะลาได้เพียงที่เดียวในประเทศไทย จึงทำให้พื้นที่ทางธรรมชาติในบริบทจังหวัดยะลามีความ
แตกต่าง (Uniqueness)
ความหลากหลายทางชีวภาพเกี่ยวพันต่อเนื่องกับลักษณะภูมิประเทศซึ่งส่งผลกระทบต่อถึงภูมิอากาศ
ฤดูกาล ปริมาณน้ำฝน ความชื้น อุณหภูมิ แหล่งน้ำตามธรรมชาติ รวมถึงเขตกั้นตามธรรมชาติที่ล้วนส่งผลให้
สิ่งมีชีวิตในแต่ละท้องถิ่นมีการวิวัฒนาการเพื่อปรับตัวให้กับธรรมชาติในแต่ละพื้นที่และมีความหลากหลาย
ต่างกันออกไปด้วย และนอกจากนี้ ลักษณะการใช้พื้นที่ (Land Use) และคุณภาพของสิ่งแวดล้อมที่ต่างกันจะ
ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ต่างกันด้วย ในการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพจึงควรศึกษา
บริบททางภูมิประเทศ ลักษณะการใช้พื้นที่ และคุณภาพของสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป แต่องค์ความรู้ใน
ธรรมชาติยังขาดแคลนการรวบรวม ถ่ายทอดให้เกิดการศึกษาเรียนรู้ในพื้นที่น้อยส่งผลต่อความตระหนักถึง
ความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติของพื้นที่น้อยลงตามไปด้วย เมืองยะลาได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีการวางผัง
เมืองที่ดีและสวยงามแห่งหนึ่งในประเทศไทย เป็นเมืองที่แบ่งพื้นที่ใช้สอยเป็นโซนชัดเจน เช่น สถานศึกษา
สถานที่ราชการ ย่านธุรกิจการค้า บ้านพักอาศัย และสวนสาธารณะหรือพื้นที่สีเขียวของเมือง ยะลาจึงเป็น
เมืองที่ระเบียบเรียบร้อย เป็นเมืองที่สวยงามร่มรื่น ถือเป็นต้นทุนที่ดีในการพัฒนาเมือง ในขณะที่ในแง่ของ
ต้นทุนทางวัฒนธรรมยะลาเป็นเมืองแห่งพหุวัฒนธรรม ผู้คนมีอัตลักษณ์วัฒนธรรมที่หลากหลาย มีสถานศึกษา
ที่ครอบคลุมในแทบทุกช่วงชั้นและทุกศาสตร์วิชา มีปราชญ์ที่เชี่ยวชาญในหลาย ๆ ด้าน และมี
ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สวยงาม
อย่างไรก็ดีจากการรับฟังความเห็นจากภาคประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง พบว่า สภาพปัญหาที่เป็น
อุปสรรคต่อการพัฒนาเมืองยะลา คือ ปัญหาด้านคุณภาพและผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ความเหลื่อมล้ำทางการ
ศึกษา เพราะแม้จะมีสถานศึกษาจำนวนมากแต่ด้วยข้อจำกัดของภาษาก็ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของ
เยาวชนในพื้นที่อยู่ในระดับต่ำ ปัญหาด้านการขาดระเบียบวินัยของพลเมือง หรือขาดสำนึกในความเป็น
พลเมืองที่เอาใจใส่ต่อส่วนรวม ปัญหาการขาดพื้นที่เรียนรู้ที่เหมาะสมต่อทุกวัย ทุกกลุ่ม หรือการมีพื้นที่กลาง
(Common Space) พื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone) ที่เพียงพอ ปัญหายาเสพติดที่เป็นเชื้อร้ายบ่อนทำลาย
สังคมและส่งผลต่อปัญหาอื่นในวงกว้าง รวมทั้งปัญหาด้านการสื่อสารและถ่ายทอดความคิดจากผู้นำที่มี
ศักยภาพไปสู่ผู้ตามเพื่อสร้างความร่วมมือร่วมใจในการพัฒนาเมือง และปัญหาด้านศักยภาพของผู้นำชุมชน
ผู้นำท้องถิ่น ที่ยังคงไม่เปิดรับการเปลี่ยนแปลงมากนัก ทำให้การประสานงานประสานนโยบายในระดับผู้นำ
ของหน่วยงานต่าง ๆ ไม่สอดรับกัน กล่าวโดยสรุปปัญหาหรือจุดอ่อนของเมืองยะลาที่สำคัญ คือ คุณภาพผู้คน
หรือความเป็นพลเมืองในศตวรรษที่ 21 ที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืน2
จากที่กล่าวมาข้างต้น การส่งเสริมให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องต่างในจังหวัดยะลา
หรือแม้แต่ด้านความหลากหลายทางธรรมชาติ จะเป็นส่วนหนี่งให้เกิดการพัฒนาให้เกิดการเรียนรู้ที่ยั่งยืนใน
พื้นที่ โครงการวิจัย “ยะลาศึกษา : ความหลากหลายทางชีวภาพ” เป็นการรวบรวมข้อมูลความหลากหลายทางธรรมชาติในจังหวัดยะลา วิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้เรื่องความหลากหลายทางธรรมชาติของจังหวัดยะลาในรูปแบบภาพรวมเพื่อสื่อสารการเรียนรู้ร่วมกันของประชาชนในจังหวัดยะลาและขับเคลื่อนเมือง
ยะลาให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้และมุ่งไปการสู่การพัฒนาของเมืองยะลาที่มีคุณภาพในการดำรงชีวิตและมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต