อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนา
เชิงคุณภาพและปริมาณ เข้าชม 2 ครั้ง

พร้าวผูกเกลอ : กระบวนการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ทางธุรกิจในการปรับเปลี่ยนวิถี การผลิตเพื่อยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น และคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบการ ชาวสวนมะพร้าวในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช

เครือข่ายการเรียนรู้ทางธุรกิจ, วิถีการผลิต, เศรษฐกิจท้องถิ่น, คุณภาพชีวิต, ผู้ประกอบการ สวนมะพร้าว ปีที่เผยแพร่: 2565

บทคัดย่อ (Abstract)

การวิจัยเรื่อง พร้าวผูกเกลอ : กระบวนการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ทางธุรกิจในการ
ปรับเปลี่ยนวิถี การผลิตเพื่อยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น และคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบการชาวสวนมะพร้าว ในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นการศึกษาภายใต้ประเด็นริเริ่มสำคัญ
(Flagship) ประจำปี 2564 “การพัฒนาเมืองในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราชภายใต้กลไกการเติบโตใหม่” ที่เล็งเห็นความสำคัญของกระบวนการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้สู่ความ
ยั่งยืนสู่เมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City) วัตถุประสงค์ในการศึกษา ประกอบด้วย (1) สำรวจและประเมินศักยภาพเครือข่ายการเรียนรู้ทางธุรกิจในการปรับเปลี่ยนวิถีการผลิต (2) พัฒนาแผนพัฒนาอาชีพ
ยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น และคุณภาพชีวิต และ (3) พัฒนาศูนย์การเรียนรู้หลักสูตรมะพร้าวครบวงจร และเส้นทางการท่องเที่ยวทางการศึกษาของผู้ประกอบการชาวสวนมะพร้าว ในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน
จังหวัดนครศรีธรรมราช รูปแบบการวิจัยแบบผสมผสาน ทั้งเชิงเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ (Mixed Method) โดยใช้การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) เก็บรวบรวมข้อมูลจากค่าสถิติ และการ
วิจัยเชิงคุณภาพเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกในพื้นที่ศึกษา พบว่า ผลการสำรวจและประเมินศักยภาพของเครือข่ายการเรียนรู้ทางธุรกิจในการปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตผู้ประกอบการชาวสวน
มะพร้าว ในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช แบ่งออกเป็น 5 ด้าน ดังต่อไปนี้ (1) ด้านการบริหารจัดการผู้ประกอบชาวสวนมะพร้าวในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูนมีความรับผิดชอบต่อลูกค้า เช่น
ตรงเวลา ซื่อสัตย์ สินค้ามีคุณภาพ (2) ด้านการผลิตของผู้ประกอบชาวสวนมะพร้าวในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูนมีผลผลิตมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น (3) ด้านการตลาดของผู้
ประกอบชาวสวนมะพร้าวในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน มีการติดตามความต้องการของลูกค้า หรือตลาด (4) ด้านประสิทธิภาพการดำเนินงานของผู้ประกอบชาวสวนมะพร้าวในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน มีการ
บริการความเสี่ยงเพื่อลดความผิดพลาด หรือการสูญเสียในการดำเนินงานกิจกรรมภายในสวนมะพร้าว (5) ด้านการจัดการความรู้ของผู้ประกอบชาวสวนมะพร้าวในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน มีการถ่ายทอดความรู้
เกี่ยวกับการปลูกมะพร้าวแก่ลูกหลาน เครือญาติ หรือบุคคลทั่วไปที่สนใจ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ด้านการพัฒนาอาชีพ และการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้หลักสูตรมะพร้าวครบวงจรโดยการนำ
ฐานความรู้เดิมของบรรพบุรุษผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการประกอบอาชีพจากรุ่นสู่รุ่น ในเขตเทศบาลเมืองปากพูนจำนวนสวนมะพร้าว 5 แหล่ง คือ สวนมะพร้าวบ้านสวนพอเพียง สวนมะพร้าวบ้าน
พ่อเชื่อง สวนมะพร้าวสวนลุงแดง สวนมะพร้าวสวนปันสุข และสวนมะพร้าวแบบสมรมเอกาพันธุ์ โดยใช้วิธีการวิจัยในรูปแบบปฏิบัติการชุมชนแบบมีส่วนร่วมตั้งแต่การลงพื้นที่สำรวจข้อมูลชุมชนสวนมะพร้าว
ด้วยการ “เดินเยี่ยมสวน” จากนั้นนำข้อมูลวางวิเคราะห์ลำดับความสำคัญ“ชวนกันคุย”วางแผนดำเนินแล้วลงมือปฏิบัติ “ลุยเนื้องาน” แล้วพัฒนาผลิตผลิต “พัฒนาน้ำตาล” และศึกษาจัดการต้นกล้ามะพร้าว
“จัดการผล” นี้ คณะผู้วิจัยได้แบ่งประเด็นออกเป็น 2 นัยยะ คือ นัยยะแรก คือ แบบแผนการสร้างความสัมพันธ์แบบผูกมิตรบนพื้นที่ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ความสัมพันธ์ระหว่างชาวปากน้ำปากพูน
กับกลุ่มชาวเหนือ (พื้นที่เขา) กลุ่มชาวนอก (พื้นที่ป่า) กลุ่มชาวปากน้ำ (พื้นที่นา) กลุ่มชาวปากเล (พื้นที่ทะเล) และกลุ่มชาวเมือง(พื้นที่ตลาด หรือศูนย์กลางของเมือง) ที่มีการแลกเปลี่ยนผลผลิตพึ่งพาอาศัยซึ่ง
กันและกัน นัยยะที่สอง คือ กระบวนการปฏิบัติงานวิจัยภาคสนามของคณะนักวิจัย และผู้ประกอบการชาวสวนมะพร้าวที่มีส่วนร่วมในการสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1 คือ การ
ปรุงรสดิน จากพื้นที่แปลงนากุ้งเก่าซึ่งเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวได้ค้นหาวิธีการปลูกพื้นที่เหมาะสมกบสภาพดิน และการใช้พลังงานทางเลือกที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ขั้นตอนที่ 2 คือ หลาดหน่วยพร้าว ด้วย
วิธีการผสมผสานจัดการตลาดแบบดั้งเดิม และการผสมผสานการตลาดแบบสมัยใหม่ รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลมะพร้าวนำมาเพาะพันธุ์ต้นกล้าวางจำหน่ายทั้งในตลาดภายใน ภายนอกในพื้นที่ ขั้นตอน
ที่ 3 ส่งออกน้ำตาล เป็นการต่อยอดภูมิปัญญาที่ได้รับการสืบสานจากบรรพบุรุษมาพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัยมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในปัจจุบัน พร้อมนำสินค้าสู่การส่งออกช่องทางการตลาดสู่การเศรษกิจ
ชุมชนพึ่งตนเอง สำหรับการศึกษาครั้งต่อไปการพัฒนารูปแบบเครือข่ายการเรียนรู้ที่เอื้อต่อกระบวนการจัดการศึกษาในชุมชนวิเคราะห์เชิงนโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเสนอแนวทางการพัฒนาเมือง
แห่งการเรียนรู้ และการประเมินผลการจัดการชุดความรู้หลักสูตรท้องถิ่นต่อไป

วัตถุประสงค์ (Objective)

2.1 เพื่อสำรวจและประเมินศักยภาพของเครือข่ายการเรียนรู้ทางธุรกิจในการปรับเปลี่ยนวิถีการ
ผลิตผู้ประกอบการชาวสวนมะพร้าว ในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
2.2 เพื่อพัฒนาแผนพัฒนาอาชีพ ยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น และคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบการ
ชาวสวนมะพร้าว ในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
2.3 เพื่อพัฒนาศูนย์การเรียนรู้หลักสูตรมะพร้าวครบวงจร และเส้นทางการท่องเที่ยวทาง
การศึกษาของผู้ประกอบการชาวสวนมะพร้าว ในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช

รายละเอียด (Details)

เทศบาลเมืองปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นอีกหนึ่งพื้นที่มีองค์ประกอบ
พื้นฐานการสร้างเมืองเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City) จากดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “ปากพูนเมือง
ธรรมาภิบาล สืบสานประเพณีวัฒนธรรมน้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ น้ำสะอาด ไฟ
สว่าง ทางสะดวก” ด้วยลักษณะภูมิศาสตร์ภายในพื้นที่เป็นที่ราบชายฝั่งทะเล มีเขตการปกครองทั้งหมด
12 หมู่บ้าน คือ บ้านท่าแพ บ้านดอนทะเล บ้านสักงาน บ้านห้วยไทร บ้านสวนจันทร์ บ้านท่าเตียน บ้าน
บ่อโพธิ์ บ้านปากพูน บ้านตลาดพฤหัส บ้านศาลาปางปู บ้านปากพยิง บ้านปากน้ำเก่าตามลำดับ
(แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลเมืองปากพูน, 2561) ลักษณะภูมิศาสตร์ในพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเลอ่าว
ไทย พื้นที่โดยส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มเกิดการทับถมของสันดอนดินปนทราย ร้อยละ 70 และพื้นที่ดินเหนียว
และดินเหนียวปนทราย ร้อยละ 30 เนื้อที่โดยส่วนใหญ่มีลักษณะดินปนทราย และดินตะกอนที่มีความอุดม
สมบูรณ์ปานกลางตามชื่อบ้านนามเมืองที่เรียกขานว่า “ปากน้ำปากพูน” ตามประวัติศาสตร์ภายในพื้นที่มี
ความสำคัญในการแลกเปลี่ยนสินค้าทางการเกษตร เนื่องจากประชากรในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ
เกษตรกรกรรมเป็นอาชีพหลัก ดังนี้ สวนมะพร้าว นาข้าว สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน สวนสละ และ
สวนผัก เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีชุมชนประมงในพื้นที่ชายฝั่ง บางพื้นที่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านเป็น
ฐานการผลิตเครื่องอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเกิดเป็นการเชื่อมโยงของเครือข่ายการ
แลกเปลี่ยนสินค้าในลักษณะทางภูมิศาสตร์ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ตามลักษณะภูมิศาสตร์ 4 พื้นที่ คือ
พื้นที่เทือกเขา พื้นที่ลุ่มน้ำ พื้นที่ชายฝั่งพื้นที่ราบลุ่ม (เมือง) โดยใช้เส้นทางน้ำในการคมนาคมโดยอาศัย
เส้นทางเรือล่องมาตามแม่น้ำออกสู่ชายฝั่งปากน้ำอ่าวไทยตามคำนิยามศัพท์ว่า เรือเหนือ ซึ่งใช้เป็นเรือเป็นศูนย์กลางในการขนส่งแลกเปลี่ยนสินค้า ท่ามกลางกระแสการแลกเปลี่ยนสินค้าเกิดพันธะเครือข่าย
ระหว่างผู้แลกเปลี่ยนสินค้าที่เดินทางจากเส้นทางเทือกเขาออกสู่อ่าวชายฝั่งทะเล จนก่อเกิดคำว่า “การผูก
เกลอ” เมื่อมีความสัมพันธ์กันอย่างเหนียวแน่นจึงมีการปรองดองสนิทสนมซึ่งที่มาของคำว่า “ผูกเกลอเขา–
เกลอเล” ที่สื่อถึงกระบวนการการปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตแบบดั้งเดิมสู่การบูรณาการเกษตรแบบ
ผสมผสานระบบความสัมพันธ์ในความทรงจำทางสังคมวิถีการผลิตของชาวสวนมะพร้าวในพื้นที่ปากน้ำ
ปากพูน พบว่า ลักษณะการจัดสวนมะพร้าวความสัมพันธ์กับภูมิศาสตร์ ซึ่งมีอาณาเขตแบ่งตามเส้นทางน้ำ
บริเวณพื้นที่ “ปากน้ำปากพูน” เป็นพื้นที่ปากอ่าวที่มีทรัพยากรธรรมชาติ มีป่าชายเลนยังคงความอุดม
สมบูรณ์ ชาวบ้านสามารถใช้ประโยชน์จากป่าชายเลนได้ จึงเป็นเหตุปัจจัยที่ดึงดูดให้ชาวบ้านพื้นที่นิยม
ปลูกต้นมะพร้าว (ภาษาถิ่นเรียกว่า หน่วยพร้าว) เป็นพืชท้องถิ่นดั้งเดิมที่มีการเจริญเติบโตในพื้นที่เป็นดิน
ร่วน หรือร่วนปนทราย อุ้มน้ำได้ดี เหมาะสมกับลักษณะภูมิอากาศชายฝั่งทะเล การปลูกสวนมะพร้าวตาม
พื้นที่สันดอนจากการทับถมของดินตะกอนทรายริมตลิ่งปากอ่าวจนถึงชายฝั่งปากอ่าวริมทะเลอ่าวไทย เป็น
พื้นที่จุดนัดพบในเส้นทางสัญจรทางน้ำหรือจุดจอดเทียบท่าของเรือเหนือ (เรือเหนือ คือ เรือที่ใช้บรรทุก
สินค้าล่องตามแม่น้ำจากพื้นที่บริเวณเทือกเขาสู่ริมชายฝั่งปากแม่น้ำ) ระบบความสัมพันธ์กับชุมชน
ภายนอก การแลกเปลี่ยนผลผลิตเพื่อเป็นปัจจัยในการดำรงชีพ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะของชุมชน กลุ่มคนใน
ชุมชนจะนำผลผลิตมาแปรรูปแล้วบรรทุกลงบนลำเรือ และล่องลงไปตามแม่น้ำเพื่อแลกเปลี่ยน เช่น ผลไม้
พืชผัก สมุนไพร แลกเปลี่ยนกับข้าวสาร ปลาแห้ง เกลือ กะปิ เป็นต้น นำสู่ช่องการแลกเปลี่ยนวิถีชีวิตใน
ความสัมพันธ์ระบบการผูกเกลอ (ผูกเกลอ คือ การสร้างความสัมพันธ์แบบผูกมิตรบนพื้นที่ทางเศรษฐกิจ
และวัฒนธรรม ดังต่อไปนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างชาวปากน้ำปากพูนกับกลุ่มชาวเหนือ (ชาวเหนือ คือ กลุ่ม
ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลักษณะภูมิศาสตร์เทือกเขา ส่วนใหญ่จะทำสวนผลไม้ พืชผัก และเก็บเกี่ยวพืชสมุนไพรใน
ป่า) ความสัมพันธ์ระหว่างชาวปากน้ำปากพูนกับกลุ่มชาวนอก (ชาวนอก หรือชาวนอกเขา คือ กลุ่มผู้ที่อยู่
ในพื้นที่ลักษณะภูมิศาสตร์พื้นที่เขตลุ่มน้ำ อาศัยอยู่ตามที่ราบลุ่มริมฝั่งทะเลตะวันออกนอกตัวเมืองออกไป
มีอาชีพทำนา ปลูกผัก จักสานเครื่องใช้สอยในครัวเรือน)ความสัมพันธ์ระหว่างชาวปากน้ำปากพูนกับกลุ่ม
ชาวเมือง (ชาวเมือง หรือชาวหลาด (ตลาด) คือกลุ่มที่อาศัยในบริเวณตัวเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็น
แหล่งรวมตลาดสินค้า ส่วนใหญ่จะมีอาชีพรับราชการ ค้าขายสินค้าต่างๆ) ความสัมพันธ์ระหว่างชาว
ปากน้ำปากพูนกับกลุ่มชาวเล (ชาวเลหรือชาวปากเล คือ กลุ่มที่อาศัยในบริเวณริมชายฝั่งทะเล ส่วนใหญ่
ทำประมงล่องเรือจับปลา สัตว์น้ำกลางท้องทะเล และถักทอเครื่องมือดักจับสัตว์น้ำ) จากปรากฏการณ์
ดังกล่าวจึงเป็นจุดเริ่มต้นของระบบความสัมพันธ์ เกลอเขา–เกลอเล ของชาวสวนมะพร้าวบริเวณพื้นที่
ปากน้ำปากพูน จึงนับได้ว่า “มะพร้าวเป็นพืชผลแห่งความผูกพันกับวิถีชีวิตของชาวปากน้ำปากพูน” อย่าง
ต่อเนื่องแม้นในยุคปัจจุบัน พื้นที่เทศบาลเมืองปากพูนส่วนใหญ่ยังมีการปลูกมะพร้าวไว้ในบริเวณบ้าน
รวมถึงในพื้นที่สวนเกษตรกรรมทั้ง 12 หมู่บ้าน จึงเป็นเหตุให้ชาวบ้านส่วนใหญ่มีรายได้เสริมจากการจำหน่ายสินค้าจากสวนมะพร้าวครบวงจร ขั้นตอนการผลิต ขั้นตอนการแปรรูป ขั้นตอนการบริโภค
ขั้นตอนการจำหน่าย ขั้นตอนการส่งออกภายในชุมชน และเครือข่ายตลาดภายนอกชุมชน
จากปรากฏการณ์ที่กล่าวข้างต้น คณะวิจัยจึงลงพื้นที่เพื่อค้นหากลุ่มผู้ประกอบการชาวสวน
มะพร้าวที่ถือครองที่ดินในการทำการเกษตรขนาด 5 ไร่ขึ้นไป มีอาชีพหลักจากการขายมะพร้าวตลอดทั้งปี
พบจำนวน 5 แหล่ง ดังนี้ สวนมะพร้าวลุงแดง สวนมะพร้าวบ้านพ่อเชื่อง สวนมะพร้าวสวนปันสุข สวน
มะพร้าวบ้านสวนพอเพียง และสวนมะพร้าวแบบสมรมเอกาพันธุ์ ซี่งมีแบบแผนการผลิตในการเลือกพื้นที่
ที่แตกต่างกันไปคือ (1) การปลูกมะพร้าวในพื้นที่ดินตะกอน (2) การปลูกมะพร้าวในพื้นที่นากุ้งเก่า (3) การ
ปลูกมะพร้าวผสมผสานกับบ่อปลา (3) การปลูกมะพร้าวผสมผสานกับคอกไก่ คอกเป็ด (4) การปลูกเลี้ยง
ด้วง และแมลงในลำต้นมะพร้าว ซึ่งมีการสืบทอดภูมิปัญญา ชุดองค์ความรู้ในการปรับเปลี่ยนแปรรูป
ผลผลิต คือการแปรรูปเนื้อมะพร้าวผลอ่อน การแปรรูปเนื้อมะพร้าวผลแก่ การแปรรูปน้ำมะพร้าว การ
แปรรูปช่อดอกมะพร้าว (น้ำช่อดอกมะพร้าว, น้ำตาลปึก) การแปรรูปยอดมะพร้าวอ่อน การแปรรูปไม้ลำ
ต้นมะพร้าว การแปรรูปกาบเปลือกผลมะพร้าวเป็นปุ๋ย เพื่อนำชุดองค์ความรู้ครั้งนี้ไปพัฒนาสู่แผนพัฒนา
อาชีพผู้ประกอบการชาวสวนมะพร้าว และศูนย์การเรียนรู้ตามอัธยาศัย โรงเรียนมะพร้าวครบวงจร
คณะวิจัยจึงได้กำหนดโจทย์วิจัยเรื่อง พร้าวผูกเกลอ : กระบวนการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ทางธุรกิจใน
การปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตเพื่อยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น และคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบการชาวสวน
มะพร้าว ในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้ประเด็นการศึกษาที่การค้นพบ
ข้อเท็จจริงจากการศึกษาในครั้งนี้นำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City) การ
พัฒนาเมืองน่าอยู่และการกระจายศูนย์กลางความเจริญ สอดคล้องกับการพัฒนาในอนาคตของเทศบาล
เมืองปากพูน ที่สามารถสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น และคุณภาพชีวิตในพื้นที่นำไปสู่กระบวนการขับเคลื่อน
เมืองแห่ง การเรียนรู้สู่ความยั่งยืนสู่เมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City) อย่างสมบูรณ์แบบ
ข้อมูลโครงการ
หัวหน้าโครงการ
ดร. จิตติมา ดำรงวัฒนะ
หน่วยงาน / สถาบัน
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
แหล่งทุน
กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) และ หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)งบประมาณด้าน ววน. Full Proposal ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
พื้นที่ศึกษา (Area)
เทศบาลเมืองปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
กลุ่มเป้าหมาย (Target)
ประชาชนในชุมชนเมืองปากพูน
ระเบียบวิธีวิจัย
การวิจัยครั้งนี้ รูปแบบการวิจัยแบบผสมผสานทั้งเชิงเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ (Mixed Method) โดยใช้การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research)เก็บรวบรวมข้อมูลที่ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน และการวิจัยเชิง คุณภาพเก็บรวบรวมข้อมูลที่ละเอียดจากข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่ศึกษา การวิจัยเชิงปริมาณ 1. กลุ่มประชากร คือ ผู้ที่มาใช้บริการ และมีส่วนได้ส่วนเสียในการซื้อ-ขายผลผลิตจากผู้ประกอบการสวน มะพร้าวทั้ง 5 แหล่ง คือ สวนมะพร้าวใจดีการเกษตร สวนมะพร้าวลุงเดือน สวนมะพร้าวคำสิงห์ สวนมะพร้าวบ้านพ่อ ศูนย์การเรียนรู้การทำน้ำตาลสวนมะพร้าวแม่ทองพริ้งพื้นที่ละ 100 คน รวมจำนวน 500 คน โดยเลือกใช้การสุ่มตัวอย่างแบบโควต้า (Quota Sampling) ด้วยเหตุผลคือเป็นตัวแทนที่ดีของประชากร คือ มีลักษณะของประชากรที่จะศึกษาอย่างครบถ้วนหรือมากที่สุดเท่าที่จะ เป็นไปได้ 2. ได้ข้อมูลที่ต้องการโดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่ สุดแต่มีความคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด 3. มีขนาดที่พอเหมาะ โดยทั่วไปขนาดตัวอย่างยิ่งมากเท่าใดค่าประมาณที่ได้จากกลุ่มตัวอย่างก็มีความถูกต้องและเชื่อถือได้มากขึ้นเท่านั้น โดยผู้วิจัยต้องพิจารณาว่าค่าความเชื่อมั่นที่ต้องสูงขึ้นในอัตราเดียวกันกับตัวอย่างที่เพิ่มมากขึ้นด้วย 4. มีความ คล่องตัว กล่าวคือ อาจเพิ่มหรือลดจำนวนตัวอย่างได้โดยใช้ความคลาดเคลื่อนของกลุ่มตัวอย่าง 5% เป็นจำนวน ทั้งหมด 222 คน 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามกระบวนการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ในการปรับเปลี่ยน วิถีการผลิตเพื่อยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น และคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบการชาวสวนมะพร้าว ในพื้นที่เทศบาล เมืองปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยผู้วิจัยสร้างแบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูลและการแปล ความหมาย โดยใช้ค่าเฉลี่ยเพื่อจัดกลุ่มแล้วนำคะแนนที่ได้จากแบบสอบถามมาจัดกลุ่ม แบ่งระดับเป็น 5 ระดับ ได้แก่ คะแนนเฉลี่ย 4.51-5.00 หมายถึง ปัจจัยที่ มีผลในระดับมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 3.51-4.50 หมายถึง ปัจจัยที่มี ผลในระดับมาก คะแนนเฉลี่ย 2.51-3.50 หมายถึง ปัจจัยที่มี ผลในระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 1.51-2.50 หมายถึง ปัจจัยที่มี ผลในระดับน้อย คะแนนเฉลี่ย 1.00-1.50 หมายถึง ปัจจัยที่มีผลในระดับน้อยที่สุด 3. การรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยเลือกพื้นที่ในการเก็บรวบรวมข้อมูลตามขั้นตอนของการวิจัยในชั้นเรียนมี 4 ขั้นตอน คือ (1) การวางแผนหลังจากที่วิเคราะห์ และกำหนดประเด็นปัญหาที่ต้องการแก้ไข (2) การปฏิบัติตามแผนที่กำหนด (3) การสังเกตผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติ (4) การสะท้อนผลหลังจากการปฏิบัติงานให้ผู้ที่มีส่วนร่วมได้วิพากษ์วิจารณ์ โดยการศึกษาครั้งนี้ผู้วิจัยได้นำทั้ง 4 ขั้นตอน มาประยุกต์กระบวนการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ในการปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตโดยมีส่วนร่วมในการส่งเสริมทักษะการเรียนรู้รายวิชากระบวนการจัดทำแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น โดยใช้กิจกรรมห้องปฏิบัติการทางสังคมในศูนย์การเรียนรู้คุ้มตาหนุ่ย 4 ขั้นตอน คือ (1) ร่วมกันศึกษาสภาพปัญหา ร่วมกันศึกษา วิธีการแก้ไขปัญหาชุมชน และร่วมกันศึกษาวางแผนชุมชน (2) วางแผนการสำรวจพื้นที่ และผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล (3) นำข้อมูลจากแบบสอบถามมาวิเคราะห์ และสรุปผลแบบสอบถามที่ได้ลงพื้นที่มาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและ (4) การเปิดเวทีแสดงความคิดเห็นการสะท้อนผล และหาแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างมีส่วนร่วมการวิจัยเชิงคุณภาพ รายละเอียดดังนี้ 1. ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ รวมจำนวนทั้งสิ้น 25 คน คือ หัวหน้าครอบครัวอาชีพ และสมาชิกเครือญาติของผู้ประกอบการชาวสวนมะพร้าว โดยเลือกแบบเจาะจงบุคคลที่เข้ามาดำเนินงานบริหารจัดการอาชีพชาวสวนมะพร้าวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ในช่วงระยะเวลา 10 ปีเป็น ต้นมา และมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาชุมชนแบบพึ่งตนเองอย่างต่อเนื่อง และยินดีให้ข้อมูล 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์จัดเวทีประชุมชาวบ้านพูดคุย (2) การศึกษาศักยภาพ ชุมชน และสภาพปัญหาภายในชุมชน (3) การลำดับความสำคัญของปัญหา (4) การจัดทำแผนงานโครงการ และแผนกิจกรรม (5) การนำเสนอแผนชุมชน และ (6) การนำแผนสู่การปฏิบัติการชุมชน 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยใช้แบบสัมภาษณ์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ (1) การสำรวจพื้นที่เพื่อให้ข้อมูลที่ได้มามีความละเอียดครอบคลุมประเด็นที่ต้องการจะศึกษา (2) ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลตามแบบสัมภาษณ์ที่จัดเตรียมไว้ (3) นำข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์มาเตรียมวิเคราะห์ และสรุปผล 4. การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยนำข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์เพื่อการสนับสนุนข้อมูลปรากฏการณ์เชิงพื้นที่มาประกอบกับการทบทวนวรรณกรรม นำมาทำการประมวลวิเคราะห์ข้อมูลและนำเสนอข้อค้นพบเชิงพรรณนา
งานวิจัยที่น่าสนใจ