Under research and development
การวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ (Area-based Collaborative Research: ABC), การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research), แนวคิดและหลักการการประเมินเพื่อเรียนรู้ร่วมกัน (Developmental Evaluation: DE), แนวคิดห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab), พื้นที่เชิงระบบ (Systemic Space), กระบวนการเชิงทดลอง (Experimental Process) เข้าชม 6 ครั้ง

การพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ทั้ง Online และ Offline และสร้างระบบการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ในทุกระดับ

แพลตฟอร์ม, ระบบนิเวศการเรียนรู้, สภาพแวดล้อมการเรียนรู้, การเรียนรู้ที่เชื่อมโยง ปีที่เผยแพร่: 2565

บทคัดย่อ (Abstract)

การวิจัยการพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ทั้ง Online และ Offline และสร้างระบบการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ในทุกระดับนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดโครงการวิจัยการวิจัยเชิงบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกวัย ในบทบาทกลไกสนับสนุนความเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้จังหวัดระยอง โดยความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและภาคีเครือข่าย ระยะที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้ในการออกแบบและพัฒนาระบบแพลตฟอร์มการ
เรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการสร้างการเรียนรู้ที่เชื่อมโยง เป็นพื้นที่กลางในการสร้างการเข้าถึงการเรียนรู้ระหว่างกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเรียนรู้ และบริการด้านการเรียนรู้ต่างๆ และสรุปบทเรียนจากการทดลองใช้แพลตฟอร์มดังกล่าว และประเมินผลเชิงพัฒนา (Developmental Evaluation) ในการถอดบทเรียนเชิงนวัตกรรมและองค์ความรู้ไปสู่การขยายผลการดำเนินงานสู่เมืองแห่งการเรียนรู้อื่นๆการวิจัยใช้ระเบียบวิธีของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ผ่านปฏิบัติการเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City Lab) ที่ผสมผสานวิธีห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab) และการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) เป็นแกนในการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดระยองสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ ผ่านการออกแบบและทดลองใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้
จากการดำเนินงานพบว่าความท้าทายในการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้ระดับจังหวัดคือการเชื่อมโยงเป้าหมายระดับจังหวัดเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการจริงที่กลุ่มเป้าหมายมีความต้องการและโจทย์ในการเรียนรู้ที่มีความแตกต่างตามบริบทเชิงพื้นที่ ซึ่งสามารถคลี่คลายได้ด้วยการเชื่อมโยงมุมมองระดับจังหวัดสู่ระดับพื้นที่
ปฏิบัติการด้วย “โมเดลตำบลจัดการเรียนรู้ด้วยตนเอง” ที่เป็นพื้นที่ในการเชื่อมร้อยมุมมองระดับบุคคลเป็นภาพรวมเชิงพื้นที่ผ่าน “กระบวนการเรียนรู้ระดับเมือง” ซึ่งในภาพรวมพบมีโจทย์ที่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับภาพรวมของจังหวัดแต่มีรายละเอียดเฉพาะเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจนขึ้น การเปิดพื้นที่
การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงดังกล่าวทำให้เกิดการขับเคลื่อนปฏิบัติการทั้งในแง่กิจกรรมการเรียนรู้ การสื่อสาร ไปจนถึงแนวทางการพัฒนากายภาพของแหล่งเรียนรู้ในพื้นที่ และเกิดผลลัพธ์ครอบคลุม 3 มิติ ตามกรอบผลลัพธ์ของห้องปฏิบัติการทางสังคม คือ ผลลัพธ์เชิงข้อมูล กลไกความร่วมมือใหม่ และ ความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ในด้านรูปแบบและแนวทางการใช้ประโยชน์ของแพลตฟอร์มพบว่ามีจุดเด่นที่แตกต่างกันระหว่าง
แพลตฟอร์มออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดียที่ทำให้เกิดการเข้าถึงและสร้างความรับรู้ในวงกว้าง กับแพลตฟอร์มที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะซึ่งสามารถขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติการร่วมกันได้มากกว่า ซึ่งน่าสนใจว่าแนวทางที่จะสามารถสร้างความเชื่อมโยงระหว่างแพลตฟอร์มทั้ง 2 รูปแบบ ให้เกิดการรับรู้พร้อมไปกับการขับเคลื่อนปฏิบัติการการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ระดับจังหวัดกับสังคมในวงกว้างอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร

วัตถุประสงค์ (Objective)

1) เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้ในการ
ออกแบบและพัฒนาระบบแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการสร้างการเรียนรู้ที่เชื่อมโยง เป็น
พื้นที่กลางในการสร้างการเข้าถึงการเรียนรู้ระหว่างกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเรียนรู้ และบริการด้าน
การเรียนรู้ต่างๆ
2) เพื่อสรุปบทเรียนจากการทดลองใช้แพลตฟอร์มดังกล่าว และประเมินผลเชิงพัฒนา
(Developmental Evaluation) ในการถอดบทเรียนเชิงนวัตกรรมและองค์ความรู้ไปสู่การขยายผล
การดำเนินงานสู่เมืองแห่งการเรียนรู้อื่นๆ

รายละเอียด (Details)

การพัฒนาเมืองของจังหวัดระยองตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็วในหลายมิติ ในทางเศรษฐกิจการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของ
ระยองเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนกลายเป็นจังหวัดที่มีรายได้ประชากรต่อหัว (GPP per Capita) สูงที่สุดในประเทศ
ถึง 1.1 ล้านบาทต่อคน ซึ่งไม่สะท้อนรายได้ที่แท้จริงของประชาชนที่มีผู้ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรมจำนวน
มาก แต่กลับมีสัดส่วนรายได้อยู่เพียงร้อยละ 3 ของรายได้จังหวัด โดยช่องว่างดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มสูงมากขึ้น
อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเกิดการอพยพเข้ามาของแรงงานที่กลายเป็นประชากรแฝงจำนวนมากกว่าร้อยละ 70
ของประชากรระยอง และ การขยายตัวของเมืองเพื่อรองรับประชากรที่เพิ่มขึ้น
ปัจจุบันการเข้ามาของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic
Corridor) ยิ่งเป็นแรงขับที่ทำให้สถานการณ์ดังกล่าวทวีความรุนแรงและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้เกิดผลกระทบต่อ
การพัฒนาความเป็นเมืองโดยเฉพาะทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและด้านการพัฒนาพื้นที่เมืองไปสู่การรองรับ
กิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมแบบเมือง ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาทางด้านมลภาวะ สุขภาพ และคุณภาพชีวิต รวม
ไปถึงปัญหาการพัฒนาคนให้มีทักษะทันต่อการจ้างงานและเศรษฐกิจในอนาคต ดังนั้นจังหวัดระยองและคน
ระยองจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งปรับตัวให้เท่าทันและเตรียมความพร้อมเพื่อตอบรับกับความเปลี่ยนแปลง
ของเมือง ที่เริ่มเปลี่ยนจากการเป็นเมืองสามขา (เกษตร ท่องเที่ยวและอุตสาหกรรม) มาสู่เมืองที่แนวคิดที่
แตกต่างกันใน 2 ขั้วการพัฒนาคือ การพัฒนาสู่ความเจริญทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมทางฝั่งตะวันตก
ของเมือง และแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางฝั่งตะวันออกของเมือง ซึ่งเป็นความย้อนแย้งและมี
ความซับซ้อนทั้งจากความแตกต่างหลากหลายของบริบทต่างๆในจังหวัด และจากการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็ว
จนคนยังไม่สามารถปรับตัวพัฒนาให้ทันการเปลี่ยนแปลงของเมืองได้ ดังนั้นในปี พ.ศ. 2563 องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง จึงได้ร่วมกับสถาบันอาศรมศิลป์ในบทบาท
นักวิชาการในพื้นที่และผู้ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงาน (Active Partner) จัดทำ โครงการ วิจัยปฏิบัติการเพื่อ
พัฒนาสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกวัยให้เป็นกลไกสนับสนุนความเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้จังหวัดระยองโดย
ความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและภาคีเครือข่าย โดยนำกระบวนการปฏิบัติการเมืองแห่ง
การเรียนรู้ (Learning City Lab) ที่สถาบันอาศรมศิลป์พัฒนาขึ้นจากการประยุกต์กระบวนการห้องปฏิบัติการ
ทางสังคม (Social Lab) และการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) มาเป็นกระบวนการในการดำเนินงาน
ตามกรอบเมืองแห่งการเรียนรู้ของ UNESCO เพื่อค้นหาบุคคลหลัก (Key Person) ที่เป็นตัวจริงในการทำงาน
ส่งเสริมการพัฒนาและสร้างการเรียนรู้ในมิติต่างๆในจังหวัดระยอง ทั้งภาครัฐ เอกชน การศึกษา สื่อมวลชน
ประชาสังคมและชุมชน เข้ามาเป็นภาคีเครือข่าย(Stakeholder) ในการขับเคลื่อนการจัดตั้งสถาบันเรียนรู้ของ
คนทุกช่วงวัย จังหวัดระยอง (Rayong Inclusive Learning Academy – RILA) เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อน
จังหวัดระยองสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จำนวน 65 องค์กร/หน่วยงาน/
กลุ่ม (118 คน) รวมทั้งการจัดประเภทของชุดสาระการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตและบริบทของจังหวัดระยอง
ใน 3 หมวดการเรียนรู้จากการระดมความคิดเห็นของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ประกอบด้วย หมวดการเรียนรู้
ระดับเมือง หมวดอัตลักษณ์ระยอง และหมวดการเรียนรู้ใหม่ที่จะนำไปสู่การจัดทำแพลตฟอร์มการเรียนรู้แบบ
ผสมผสานทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ (Blended Learning) เพื่อให้คนระยองทุกช่วงวัย เข้าถึงการเรียนรู้เพื่อพัฒนา
ศักยภาพตนได้ โดยมีแนวคิดริเริ่มการพัฒนาพื้นที่เทศบาลนำร่อง ที่เป็นภาพสะท้อนถึงผลกระทบจากการ
พัฒนาเมืองที่มีความย้อนแย้งของ 2 ขั้วการพัฒนา เพื่อให้เป็นต้นแบบเพื่อขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้ใน
ระดับจังหวัดต่อไป
เพื่อต่อยอดผลการริเริ่มดังกล่าวให้เกิดผลความเปลี่ยนแปลงในการผสานพลังและขับเคลื่อนจังหวัด
ระยองสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม สถาบันอาศรมศิลป์ ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัด
ระยอง จึงริเริ่ม โครงการ การวิจัยเชิงบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกวัยในบทบาทกลไก
สนับสนุนความเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้จังหวัดระยอง โดยความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง
และภาคีเครือข่าย ระยะที่ 2 โดยมีจุดเน้นในการพัฒนาระบบนิเวศเมืองแห่งการเรียนรู้ระยอง (Rayong
Learning City Ecosystem) ผ่านการดำเนินงาน 3 ด้าน ประกอบด้วย
1. การพัฒนากลไกขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City Mechanism) โดยการจัดตั้ง
“สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกวัยจังหวัดระยอง (Rayong Inclusive Learning Academy - RILA)” ให้เป็น
กลไกขับเคลื่อนระบบนิเวศการเรียนรู้ระดับเมือง (Learning City Mechanism) ในรูปแบบขององค์กรสังคมที่
ยั่งยืน โดยการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและภาคีเครือข่าย
2. การพัฒนาและจัดระบบชุดสาระการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ของจังหวัดระยองทั้งการเรียนรู้ระดับเมือง
อัตลักษณ์ระยองและการเรียนรู้ใหม่
3. การพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ (Learning Platform) ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงการเรียนรู้ Online
และ Offline รวมถึงการพัฒนาช่องทางการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ในทุกระดับ เพื่อให้กลไกการดำเนินการระดับแต่ละท้องถิ่นในจังหวัดระยองดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงกันเพื่อ
ประกอบร่างให้จังหวัดระยองเคลื่อนไปสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ในภาพรวม จึงเป็นที่มาของการพัฒนา
แพลตฟอร์ม การเรียนรู้ทั้ง Online และ Offline และสร้างระบบการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ในทุกระดับ เป็น
โครงการวิจัยย่อยในชุดโครงการวิจัยเชิงบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกวัยในบทบาท
กลไกสนับสนุนความเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้จังหวัดระยองโดยความร่วมมือขององค์การบริหารส่วน
จังหวัดระยองและภาคีเครือข่าย ระยะที่ 2 ด้วยกระบวนการห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab) และ
การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการออกแบบแพลตฟอร์มการ
เรียนรู้ (Learning Platform) ซึ่งจะเป็นผลการดำเนินงานคู่ขนาดที่เกิดขึ้นจากการวิจัยการจัดระบบและ
พัฒนาชุดสาระการเรียนรู้ และแหล่งเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาเมือง และคนระยอง
ร่วมกับแหล่งเรียนรู้ในระดับท้องถิ่น และเครือข่ายการเรียนรู้อิสระสำหรับคนทุกช่วงวัยและคนรุ่นใหม่ โดย
มุ่งหวังให้ระบบแพลตฟอร์มที่ถูกพัฒนาขึ้นนี้เป็นส่วนสนับสนุนให้เกิดการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เชื่อมโยง
(Connected Learning Ecosystem) เพื่อขับเคลื่อนระยองสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ และเป็นตัวอย่างที่
สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเมืองอื่น ๆ ต่อไป
ข้อมูลโครงการ
หัวหน้าโครงการ
นายยิ่งยง ปุณโณปถัมภ์
หน่วยงาน / สถาบัน
สถาบันอาศรมศิลป์
แหล่งทุน
กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) และ หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)งบประมาณด้าน ววน. Full Proposal ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
พื้นที่ศึกษา (Area)
1) สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการออกแบบและพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ สถาบันการเรียนรู้ของ คนทุกวัย จังหวัดระยอง (RILA’s Learning Platform) ที่ประมวลและจัดระบบชุดสาระการเรียนรู้ ใน 3 หมวดการเรียนรู้ (หมวดการเรียนรู้ระดับเมือง หมวดอัตลักษณ์ระยอง และหมวดการเรียนรู้ใหม่) เพื่อสร้างช่องทางการเข้าถึงการเรียนรู้ของคนทุกวัยที่มีประสิทธิภาพ 2) จัดทำแนวทางการออกแบบเบื้องต้น การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ที่เชื่อมโยงกับระบบการจัดการเรียนรู้ ของสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกวัย จังหวัดระยอง เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ จำนวน 4 พื้นที่ นำร่อง
กลุ่มเป้าหมาย (Target)
ประชากรซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสร้างการมีส่วนร่วมในการวิจัยปฏิบัติการ ประกอบด้วย 3 กลุ่ม ตาม องค์ประกอบระบบนิเวศการเรียนรู้ของ City and Region of Learning ได้แก่ 1) คณะกรรมการสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกวัย จังหวัดระยอง (Rayong Inclusive Learning Academy: RILA) และคณะทำงานขับเคลื่อนการเรียนรู้ (RILA’s Move) ที่เป็นกลไกความ ร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนจังหวัดระยองสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ เพื่อ สร้างการมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางเชิงนโยบาย กำกับการดำเนินงาน และเป็นหน่วยงานที่ รับรองการเรียนรู้ที่จะเกิดขึ้น (Endorsers) 2) แหล่งเรียนรู้และผู้ให้บริการการเรียนรู้ (Learning Providers) ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นแหล่ง เรียนรู้นำร่องเพื่อร่วมพัฒนาแพลตฟอร์ม และจัดระบบการเรียนรู้เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม ใน 3 หมวดการเรียนรู้ 3) กลุ่มผู้เรียน (Learners) ได้แก่ กลุ่มเยาวชน นักเรียน รวมถึงตัวแทนกลุ่มช่วงวัยต่าง ๆ ที่จะเข้ามา มีส่วนร่วมในฐานะผู้ใช้งาน (Users)
ระเบียบวิธีวิจัย
การวิจัยเชิงบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกวัยในบทบาทกลไกสนับสนุนความ เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้จังหวัดระยอง โดยความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและภาคี เครือข่าย ระยะที่ 2 มุ่งเน้นการต่อยอดผลการสร้างความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและ ภาคส่วนค่าง ๆ ในการพัฒนาระยองให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ ด้วยร่างแนวคิดและรูปแบบการบริหารจัดการ ในลักษณะองค์กร “สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย จังหวัดระยอง” (Rayong Inclusive Learning Academy - RILA) เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ใน 3 องค์ประกอบได้แก่ 1) การสร้างนวัตกรรมองค์กรเพื่อสังคมที่ยั่งยืน ให้เป็นกลไกการจัดการเมืองแห่งการเรียนรู้ที่เข้มแข็ง จากความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดระยองกับภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่ 2) ระบบการเรียนรู้ของคนระยองยุคใหม่ทุกวัย (Inclusive Learning System) ใน 3 หมวดการ เรียนรู้ ได้แก่ การเรียนรู้ระดับเมือง อัตลักษณ์ระยอง และการเรียนรู้ใหม่ 3) การพัฒนาแพลตฟอร์มและระบบการเข้าถึงการเรียนรู้ (Learning Platform) เพื่อการพัฒนา เมืองแห่งอนาคต การดำเนินงานวิจัย ใช้วิธีการปฏิบัติการเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City Lab) ที่คณะวิจัย พัฒนาขึ้นจากการดำเนินการระยะที่แล้ว โดยการผสมผสานวิธีห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab) และ การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) เป็นแกนในการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุก ภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดระยองสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ พร้อมไปกับการปฏิบัติการ จัดระบบและพัฒนาชุดการเรียนรู้/หลักสูตร เพื่อติดตั้งระบบการเรียนรู้ (Learning System) และการพัฒนา แพลตฟอร์มและระบบการเข้าถึงการเรียนรู้ (Learning Platform) ที่เชื่อมโยงการเรียนรู้ต่าง ๆ ในจังหวัด ระยองเข้าด้วยกัน โดยมีการประเมินผลเชิงพัฒนา (Developmental Evaluation) เป็นกระบวนการในการ สรุปการเรียนรู้จากการดำเนินการทำหน้าที่เชื่อมโยงการเรียนรู้ Online และ Offline รวมถึงการพัฒนาช่องทางให้คนในทุกช่วงวัยและ ทุกระดับ สามารถเข้าถึงการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างสอดคล้องและ เหมาะสม การพัฒนาแพลตฟอร์ม การเรียนรู้แบบผสมผสาน(Blended Learning) ทั้ง Online และ Offline และสร้างระบบการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ในทุกระดับ เป็นโครงการวิจัยในลักษณะการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการออกแบบและทดลองใช้ระบบแพลตฟอร์มการเรียนรู้ (Learning Platform) ที่ส่งเสริมความเข้มแข็งของการดำเนินงานร่วมกันทุกภาคส่วนในการดำเนินงานพัฒนา ระยอง เมืองแห่งการเรียนรู้ และสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เชื่อมโยง (connected learning ecosystem) ของระยอง ที่ตอบสนองต่อเป้าหมายความท้าทายในการพัฒนาจังหวัดระยอง เพื่อนำไปสู่เป้าหมายการสร้าง คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนและพลเมืองชาวระยองอย่างเป็นองค์รวมสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกมิติ ทั้ง ด้าน เศรษฐกิจ สังคม สุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมทั้งเงื่อนไขสำคัญที่จะนำไปสู่เป้าหมายคือ การ เกื้อกูลกันระหว่างความเป็นเมืองแห่งธรรมชาติ และเมืองอุตสาหกรรม การดำเนินงานวิจัยใช้ระเบียบวิธีของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ผ่านกระบวนการ ห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab) ที่ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบของระบบนิเวศการเรียนรู้ตามนิยาม ของ City and Region of Learning ได้แก่ ผู้ให้บริการการเรียนรู้ (Learning Providers) ผู้เรียน (Learners) และ ผู้รับรองการเรียนรู้ (Endorsers) โดยใช้การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) เป็นกรอบแนวทางใน การออกแบบและพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่สร้างให้เกิดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยง (connected learning) โดยมีรายละเอียดการดำเนินงานตามขั้นตอนการออกแบบและพัฒนาโปรแกรม ซึ่งประกอบด้วย การวิเคราะห์ ความต้องการ การกำหนดโครงสร้าง การออกแบบประสบการณ์ใช้งาน การพัฒนา การทดสอบ การเปิดใช้งาน และการสร้างระบบบริหารจัดการ
งานวิจัยที่น่าสนใจ