อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนา
เชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) เข้าชม 3 ครั้ง

ทุนประวัติศาสตร์ปากพูนเพื่อสร้างความภูมิใจในท้องถิ่นและการฟื้นฟูทรัพยากร

ปีที่เผยแพร่: 2565

บทคัดย่อ (Abstract)

โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ของเทศบาลเมืองปากพูน อำเภอ
เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช คือ 1) ความรับรู้เกี่ยวกับสงครามมหาเอเชียบูรพา 2) การอพยพแบบ
เทครัวของคนจากต่างพื้นที่เข้ามาทำมาหากิน 3) ความทรงจำเรื่องการทำ “หมฺรัม” เพื่อจัดทำ
นิทรรศการเคลื่อนที่ และเพื่อสร้าง “หมฺรัมชุมชน” โดยใช้วิธีการศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง
การศึกษาภาคสนาม การสนทนากลุ่ม การสัมภาษณ์ และการสังเกต การวิจัยปฏิบัติการเพื่อจัดทำ
นิทรรศการเคลื่อนที่ และการสร้างหมรัมชุมชน
ผลการศึกษาพบว่า ประวัติศาสตร์ของเทศบาลเมืองปากพูนเป็นความทรงจำร่วมของผู้คน
ในพื้นที่ กล่าวคือ การยกพลขึ้นบกของทหารญี่ปุ่นในช่วงระหว่างสงครามมหาเอเชียบูรพา เกิดขึ้นเมื่อ
วันที่ 8 ธันวาคม 2484 โดยการยกพลผ่านทางคลองท่าแพ (คลองปากพูน) ขึ้นฝั่งตรงบริเวณตลาดท่า
แพ และมีการสู้รบกันระหว่างทหารไทยกับทหารญี่ปุ่นใช้เวลาในการสู้รบประมาณครึ่งวัน และ
หลังจากนั้นรัฐบาลไทยทำสัญญาเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น อนุญาตให้ทหารญี่ปุ่นสามารถยกพลขึ้นบก
ผ่านดินแดนของประเทศไทยเพื่อเดินทางไปยังมลายูและพม่าได้
สำหรับการอพยพแบบเทครัวนั้นพบว่า ในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูนเป็นลักษณะของการ
อพยพแบบเทครัวเพื่อแสวงหาที่ดินทำกินใหม่ ชาวบ้านบางส่วนอพยพมาจากอำเภอบ้านแหลม
จังหวัดเพชรบุรี การอพยพเกิดขึ้นเมื่อทศวรรษ 2470 เป็นต้นมา หลังจากนั้นอีกหนึ่งทศวรรษก็มีคน
อพยพตามกันมา ปัจจุบันกลุ่มผู้อพยพอาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านปากน้ำปากพูน (หมู่ 2 และ หมู่ 4) ของ
ตำบลปากพูน โดยกลุ่มคนอพยพเหล่านี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์บางอย่างไว้ เช่น ภาษาและการทำ
ประมงพื้นบ้าน “การทำหมรัม”
ส่วนการทำหมรัมเป็นวิธีการทำประมงพื้นบ้านเพื่อจับสัตว์น้ำบริเวณลำคลองปากแม่น้ำ ซึ่ง
เป็นภูมิปัญญาสำคัญของชาวประมงพื้นบ้านในชุมชนปากพูน การทำหมรัมมีการสืบทอดต่อกันมาจาก
บรรพบุรุษที่อพยพจากภาคกลางแถบจังหวัดเพชรบุรี ได้นำภูมิปัญญาเหล่านี้มาปรับใช้ในพื้นที่แห่ง
ใหม่ของเทศบาลเมืองปากพูน นับเป็นความทรงจำหนึ่งที่มีการสืบต่อและสามารถใช้ภูมิปัญญาเหล่านี้
ได้จริงจนถึงปัจจุบัน
ในส่วนของการวิจัยเชิงปฏิบัติการทีมวิจัยได้จัดทำนิทรรศการเคลื่อนที่จำนวน 2 ชุด มอบ
ให้กับชุมชน และมีการจัดสร้างหมรัมชุมชนประกอบด้วยหมรัมปลาดุกและปลากะพงจำนวน 40 ตัว
กิจกรรมเหล่านี้ทำให้ชุมชนได้ดูแลฟื้นฟูทรัพยากรสามารถสร้างความภูมิใจโดยอาศัยทุนประวัติศาสตร์
ที่มีอยู่ร่วมกันได้

วัตถุประสงค์ (Objective)

1. เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ของเทศบาลเมืองปากพูนใน 3 ประเด็น คือ 1) ความรับรู้เกี่ยวกับสงครามมหาเอเชียบูรพา 2) การอพยพแบบเทครัวของคนจากต่างพื้นที่เข้ามาทำมาหากิน 3)
ความทรงจำเรื่องการทำ “หมฺรัม” (บ้านปลา)
2. เพื่อจัดทำนิทรรศการเคลื่อนที่เกี่ยวกับ ปากพูนกับสงครามมหาเอเชียบูรพา การอพยพแบบเทครัว และการทำหมฺรัม
3. จัดสร้าง “หมฺรัมชุมชน”

รายละเอียด (Details)

เงื่อนไขสำคัญที่นำมาสู่การพัฒนาโครงการวิจัยนี้มีประเด็นสำคัญ คือ ประการแรก ทีมวิจัย
เชื่อว่า ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เป็นทุนที่สำคัญของชุมชนอย่างหนึ่ง ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นส่งผลต่อ
สำนึกหรือความตระหนักถึงคุณค่าของตัวเองและชุมชน เป็นความรู้สำหรับการกำหนดนโยบายการ
พัฒนาให้สอดคล้องและเหมาะสมกับศักยภาพและข้อจำกัดของแต่ละท้องถิ่น รวมทั้งเป็นองค์ความรู้ที่
ช่วยให้มีความสมดุลแก่การศึกษาประวัติศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่ให้ความสำคัญกับศูนย์กลางมาก
เกินไป นับได้ว่าความสำคัญและบทบาทของประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจึงเป็นทุนทางสังคมที่สามารถนำไป
เป็นเครื่องมือใช้ขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรให้เกิดความยั่งยืนและเห็นคุณค่าของท้องถิ่นได้
และเมื่อนำมาพิจารณาในเชิงพื้นที่ของเทศบาลเมืองปากพูน อำเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช ก็จะพบลักษณะความพิเศษของทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมที่มีความโดดเด่น
ส่วนในมิติประวัติศาสตร์นั้นก็พบความทรงจำร่วมของคนรุ่นเก่าในพื้นที่ 3 ประเด็น ที่อาจนำมาเป็น
พลังให้เกิดความเข้มแข็งกับชุมชนได้ ประเด็นที่ 1 ความทรงจำหรือความรับรู้ของผู้คนเกี่ยวกับ
สงครามมหาเอเชียบูรพา กรณีการขึ้นฝั่งของทหารญี่ปุ่นในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูนเมื่อวันที่ 8
ธันวาคม 2484 ประเด็นที่ 2 ความทรงจำเกี่ยวกับการอพยพแบบเทครัวของคนจากต่างพื้นที่เข้ามา
ทำมาหากินในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน ได้แก่ การอพยพของผู้คนจากพื้นที่อำเภอบ้านแหลม จังหวัด
เพชรบุรี และคนจากพื้นที่เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ประเด็นที่ 3 เกี่ยวกับความทรงจำเรื่องการ
ทำประมงพื้นบ้านในอดีต ซึ่งเรียกว่าการทำ “หมฺรัม” (บ้านปลา) โดยทางโครงการวิจัยมองว่าการ
สร้างความรู้สึกร่วมของผู้คนโดยกระบวนการศึกษาท้องถิ่นเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ชาวบ้านในพื้นที่
เทศบาลเมืองปากพูนเกิดความรัก ความหวงแหนต่อทรัพยากรและวัฒนธรรมของท้องถิ่น ประการที่สอง เป็นประเด็นเกี่ยวกับความสำคัญของท้องถิ่นศึกษา ในฐานะส่วนหนึ่งของ
สังคมไทย โดยที่ทางโครงการวิจัยมองว่าความเข้มแข็งของท้องถิ่นที่หลากหลายหมายถึงความเข้มแข็ง
ของสังคมไทย การเริ่มต้นศึกษาและพัฒนาคู่มือการเรียนรู้ที่เทศบาลเมืองปากพูน อำเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช เป็นการเริ่มต้นพัฒนาความเป็นชุมชนเข้มแข็ง
ข้อมูลโครงการ
หัวหน้าโครงการ
มานะ ขุนวีช่วย
หน่วยงาน / สถาบัน
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
แหล่งทุน
กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) และ หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)งบประมาณด้าน ววน. Full Proposal ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
พื้นที่ศึกษา (Area)
เทศบาลเมืองปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
กลุ่มเป้าหมาย (Target)
ชุมชนเมืองปากพูน
ระเบียบวิธีวิจัย
งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนาที่ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) เพื่อร่วมกันศึกษาประวัติศาสตร์ความ ทรงจำใน 3 ประเด็น ประเด็นที่ 1 ความรับรู้เกี่ยวกับสงครามมหาเอเชียบูรพา กรณีการขึ้นฝั่งของทหารญี่ปุ่นในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูนเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2484 ประเด็นที่ 2 เกี่ยวกับการอพยพแบบเทครัวของคนจากต่างพื้นที่เข้ามาทำมาหากินในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน ได้แก่ การอพยพของผู้คนจากพื้นที่อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี และคนจากพื้นที่เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ประเด็นที่ 3 เกี่ยวกับการทำประมง พื้นบ้านในอดีต ซึ่งเรียกว่าการทำ "หมูรัม" (บ้านปลา) การศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในสองประเด็นแรกจะนำไปสู่การสร้างความภูมิใจในท้องถิ่นให้กับผู้เข้าร่วมกระบวนการวิจัย ส่วนประเด็นที่ 3 จะส่งผลให้เกิดการฟื้นฟูทรัพยากร โดยเฉพาะกรณีของทรัพยากรประมงกล่าวคือ การทำ หมูรัม จะส่งผลให้สัตว์ทะเลได้ใช้เป็นที่อาศัย วางไข่ การสร้าง หมูรัม ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลรวมทั้ง ในพื้นที่ลำคลองของพื้นที่เทศบาลปากพูนจะส่งผลต่อทรัพยากรทางทะเลที่มีเพิ่มขึ้นนั่นเอง โครงการวิจัยมีแผนดำเนินงานทั้งหมด 1 ปี โดยวิธีการวิจัยเริ่มจากการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง และการเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนามโดยการสังเกต สัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่ม เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นทั้ง 3 ประเด็นตามที่กล่าวมาหลังจากนั้นจะนำข้อมูลที่ศึกษาในเชิงประวัติศาสตร์ท้องถิ่นนั้นมาปฏิบัติการ ได้แก่ การจัดทำแผนที่เส้นทางยกพลขึ้นบกของทหารญี่ปุ่น จัดทำนิทรรศการเคลื่อนที่ และจัดสร้างหมรัมชุมชน
งานวิจัยที่น่าสนใจ