บทคัดย่อ (Abstract)
การศึกษาวิจัย เรื่อง "การยกระดับการเรียนรู้ของประชาชน เพื่อสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น
ผ่านพื้นที่การเรียนรู้ด้วยกลไกความร่วมมือระดับเมือง ภายใต้ฐานทรัพยากรชีวภาพและอัตลักษณ์วัฒนธรรม ยกระดับเมืองปากพูน ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City)" มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ 1) เพื่อพัฒนากลไกการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้สู่ความยั่งยืน (Learning City) ผ่านความร่วมมือของภาคีเครือข่ายความรู้และวิทยาการในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน ตำบลปากพูน จังหวันครศรีธรรมราช 2) เพื่อพัฒนากระบวนการศึกษาท้องถิ่น (Local Study) นำไปสู่การสังเคราะห์เนื้อหาของท้องถิ่น (Local Literature) ส่งผลให้เกิดความร่วมมือทางสังคม ความภูมิใจในท้องถิ่น และนำไปสู่การต่อยอดผลิตภัณฑ์และการบริการในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช และ 3) เพื่อพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ (Learning Space) และ พิพิธภัณฑ์มีชีวิต (Living Museum) ยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่นและคุณภาพชีวิตของคน ในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช อย่างเป็นรูปธรรม การวิจัยครั้งนี้นี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพและปริมาณ (Mixed method research) กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้บริหารเจ้าหน้าที่เทศบาล กลุ่มคนในชุมชนเมืองปากพูน ผู้ประกอบการ ผู้ใช้บริการ นักวิชาการ ตัวแทนหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวบรวมข้อมูลโดยการศึกษา เอกสาร สำรวจข้อมูล สัมภาษณ์เชิงลึก และสนทนากลุ่ม โดยมีเครื่องมือวิจัยการวิจัยครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย ขั้นตอนการดำเนินงาน ประกอบด้วย การประชุมชี้แจงโครงการวิจัย วางแผนการดำเนินการวิจัย นำข้อมูลมาวิเคราะห์เชิงคุณภาพ
ในรูปแบบการพรรณนา เผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะบนแนวคิดมุ่งเป้าเพื่อเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษากับภาคีหลักในพื้นที่ตามประเด็นกรอบของหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) อว. กำหนด 1) การศึกษาท้องถิ่น 2) พื้นที่การเรียนรู้ 3) เมืองแห่งการเรียนรู้ Leaning City และ 4) กลไกความร่วมมือระดับเมือง ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมชุมชนสร้างความมั่นคงให้กับป???ะเทศชาติ ผลการวิจัย พบว่า ความหลากหลายของทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นพันธุ์พืช
ทั้งสิ้น 17 ชนิด 41 วงศ์ 49 สกุล 51 สปีชีส์ ภูมิปัญญาการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นมีความหลากหลาย ทั้งนำประกอบอาหารทานสด แปรรูป สินค้าอัตลักษณ์ ใช้ในการรักษาโรค นำไปสู่การจัดทำพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ระบบการจัดการชุมชน พบว่า กลไกไอ้เฒ่าปากพูน เป็นกลไกความร่วมมือและเครือข่ายการพัฒนาเมืองปากพูน และปรากฏการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มมาจากการมีความต้องการของชุมชนร่วมกัน ทำให้โครงสร้างของกลุ่มมีความเหนียวแน่น สร้างกฎกติการ่วมกันนอกจากนี้ทุนประวัติศาสตร์ส่งผลให้ผู้คนในสร้างความรู้สึกร่วม สร้างความภูมิใจในท้องถิ่นในมิติต่าง ๆ ความสำเร็จของประชาชนหรือกลุ่มประกอบอาชีพในชุมชนปากพูน เกิดจากการมีผู้นำที่ดีมีแหล่งทุนในชุมชน การเอื้อประโยชน์ซึ่งกัน การมีสมาชิกที่มีวินัย และปฏิบัติตามกฎของกลุ่มการส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง การส่งเสริมและร่วมมือกันหน่วยงานภายในและภายนอกชุมชน ผ่านความเป็น พื้นที่แห่งการเรียนรู้ (Learning Space) "ตลาดความสุขชาวเล" แลกเปลี่ยนสินค้าและวัฒนธรรม ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก และ คุณภาพชีวิตของชาวชุมชนเทศบาลเมืองปากพูน อย่างมั่นคง ยั่งยืน
วัตถุประสงค์ (Objective)
1. เพื่อพัฒนากลไกการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้สู่ความยั่งยืน (Learning City) ผ่านความ
ร่วมมือของภาคีเครือข่ายความรู้และวิทยาการในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน ตำบลปากพูน อำเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช
2. เพื่อพัฒนากระบวนการศึกษาท้องถิ่น (Local Study) นำไปสู่การสังเคราะห์เนื้อหาของท้องถิ่น
(Local Literature) ส่งผลให้เกิดความร่วมมือทางสังคม ความภูมิใจในท้องถิ่น และนำไปสู่การต่อยอดผลิตภัณฑ์และ
การบริการในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
3. เพื่อพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ (Learning Space) และ พิพิธภัณฑ์มีชีวิต (Living Museum) ยกระดับ
เศรษฐกิจท้องถิ่นและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน ตำบลปากพูน อำเภอเมือง
จังหวัดนครศรีธรรมราช อย่างเป็นรูปธรรม
รายละเอียด (Details)
ปัจจุบันจำนวนประชากรโลกเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าที่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งมากกว่าครึ่งของประชากรโลกที่อาศัยอยู่ในเมือง และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 60% ในปี 2030 รวมทั้งเมืองมีบทบาทและมีอิทธิพลต่อการ
ขยายตัวของกิจการในระดับชาติและระดับโลก ทั้งนี้ การขยายตัวดังกล่าวทำให้เทศบาล เมืองต่าง ๆ เผชิญกับสิ่งท้า
ทายที่เกี่ยวข้องกับความสมานฉันท์ในสังคม การพัฒนาเศรษฐกิจ และความยั่งยืน อย่างไรก็ตาม เทศบาลเมืองหลาย
ๆ แห่ง เริ่มเห็นว่า การดำเนินการตามกลยุทธ์ ด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ไขปัญหาเพื่อ
พัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ประเทศไทยก็เช่นเดียวกันมีแนวโน้มว่าจำนวนเมืองและประชาชนที่อยู่ในเมืองจะเพิ่มมากขึ้น
ส่งผลต่อการพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมในเชิงบวกและเชิงลบจำเป็นยิ่งที่จะต้องศึกษาจัด
การเมืองเพื่อให้การพัฒนาเมืองเป็นไปอย่างเหมาะสมยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องเป็นเมืองที่สามารถ จัดการ
ทรัพยากรที่มีอยู่ในทุกๆ ภาคส่วน เพื่อดำเนินการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ส่งเสริมการ
เรียนรู้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐานจนถึงระดับอุดมศึกษา ส่งเสริมการเรียนรู้ในครอบครัว
ชุมชน และที่ทำงาน มีการขยายโอกาสในการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อการเรียนรู้ ส่งเสริมคุณภาพและความเป็น
เลิศทางด้านการเรียนรู้ ส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพิ่มขีดความสามารถของแต่ละบุคคลและ
การทำงานร่วมกันของคนในเมือง รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และวัฒนธรรม เพื่อการพัฒนาเมืองอย่าง
ยั่งยืน 1) ประชาชนมีอำนาจในการตัดสินใจและการรวมกลุ่มทางสังคม การพัฒนาทางเศรษฐกิจและความ
รุ่งเรืองทางวัฒนธรรม รวมทั้งการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2) คุณลักษณะสำคัญที่จะนำไปสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ 6
ประการ ได้แก่ การส่งเสริมการเรียนรู้ ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงอุดมศึกษา การส่งเสริมการเรียนรู้ในครอบครัวและชุมชน การ
อำนวยความสะดวกให้มีการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพในสถานที่ทำงาน การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเกี่ยวกับการ
เรียนรู้ที่ทันสมัยการส่งเสริมคุณภาพและความเป็นเลิศในการเรียนรู้ และการสนับสนุนวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอด
ชีวิตอย่างเข้มแข็ง 3) เงื่อนไขสำคัญที่เป็นพื้นฐานการสร้างเมืองแห่งความรู้ 3 ประการ ได้แก่ ความมุ่งมั่น และ ความ เข้มแข็งของผู้นำการบริหารเมืองและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งการเคลื่อนย้าย และการใช้
ทรัพยากรเมืองมีความเจริญเติบโตด้วยการพัฒนา มุ่งเน้นการเชื่อมโยงนโยบายเมืองแห่งการเรียนรู้ที่สอดคล้องการดำเนินงาน
ในระดับท้องถิ่น การจัดทำแผนปฏิบัติการระดับท้องถิ่นให้การบรรลุเป้าหมายตามหลักการของสถาบันการเรียนรู้
ตลอดชีวิตของยูเนสโก (UNESCO Institute for Lifelong Learning - UIL) ได้กำหนดกลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรมในการ
สร้างเมืองแห่งการเรียนรู้สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) เมื่อปี พ.ศ. 2558 ตาม
กรอบในการพัฒนาแบบองค์รวมในระดับโลกและเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมาย SDGs
ดังกล่าวให้สำเร็จภายใน พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) โดยองค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้การพัฒนาด้านการศึกษา
อยู่ในเป้าหมายที่ 4 (Sustainable Development Goal 4: SDG4) คือ การสร้างหลักประกันเรื่องคุณภาพ ความ
ครอบคลุม และการสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิตและเป็นปัจจัยสำคัญซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเป้าหมาย
การพัฒนาที่ยั่งยืนการส่งเสริมพื้นที่เมืองแห่งการเรียนรู้ให้เข้าถึงการใช้ทรัพยากรในทุกภาคส่วนอย่างมีประสิทธิภาพพร้อม
สนับสนุนให้เกิดการการเรียนรู้สำหรับประชาชนทุกคนในทุกระดับ ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ มีการเรียนรู้อย่างมี
คุณภาพ และส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดช่วงชีวิต โดยมีคุณลักษณะที่สำคัญ 6 ประการ ดังต่อไปนี้ ส่งเสริม
การเรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงอุดมศึกษา ส่งเสริมการเรียนรู้ในครอบครัวและชุมชนส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมี
ประสิทธิภาพในที่ทำงาน ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ส่งเสริมคุณภาพและความเป็นเลิศในการเรียนรู้
สนับสนุนวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างเข้มแข็ง เพื่อเป็นแนวทางกำหนดกรอบทิศทางการพัฒนาท้องถิ่น ให้
สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินโยบายของรัฐแผนพัฒนาจังหวัดกรอบยุทธศาสตร์ในการ
พัฒนาท้องถิ่นในเขตจังหวัด ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น พ.ศ.2542 มาตรา 16 บัญญัติให้เทศบาล มีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง
ประกอบกับระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๘ แก้ไขถึง
ฉบับที่ 3 พ.ศ.2561 กำหนดให้เทศบาลต้องจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นตามเงื่อนไขสำคัญที่เป็นพื้นฐานการสร้างเมือง
แห่งความรู้ 3 ประการ ประกอบด้วย (1) ความมุ่งมั่นและความเข้มแข็งของผู้นำ (2) การบริหารเมืองและการมีส่วน
ร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย (3) การจัดสรรและการบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ (แผนงานและส่งเสริมศักยภาพ
ของเมือง, 2560 ) เทศบาลเมืองปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นอีกหนึ่งพื้นที่มีองค์ประกอบพื้นฐานการ
สร้างเมืองแห่งความรู้เป็นสำคัญ จากดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ "ปากพูนเมืองธรรมาภิบาล สืบสานประเพณี
วัฒนธรรมน้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติน้ำสะอาด ไฟสว่าง ทางสะดวก" ด้วยลักษณะ
ภูมิศาสตร์ภายในพื้นที่มีเป็นที่ราบชายฝั่งทะเล มีเขตการปกครองทั้งหมด 12 หมู่บ้าน คือ บ้านท่าแพ บ้านดอนทะเล
บ้านสักงาน บ้านห้วยไทร บ้านสวนจันทร์ บ้านท่าเตียน บ้านบ่อโพธิ์ บ้านปากพูน บ้านตลาดพฤหัส บ้านศาลาปางปู
บ้านปากพะยิง บ้านปากน้ำเก่า ตามลำดับ (แผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลเมืองปากพูน ,2561) ลักษณะภูมิศาสตร์ใน
พื้นที่เป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเลอ่าวไทย พื้นที่โดยส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มเกิดการทับถมของสันดอนดินปนทรายร้อยละ
70 และพื้นที่ ดินเหนียวและดินเหนียวปนทรายร้อยละ 30 เนื้อที่โดยส่วนใหญ่มีลักษณะดินปนทรายและดินปนทราย
และดินตะกอนที่มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลางตามชื่อบ้านนามเมืองที่เรียกขานว่า "ปากน้ำปากพูน" ตามประวัติศาสตร์ภายในพื้นที่มีความสำคัญในการแลกเปลี่ยนสินค้าทางการเกษตรเนื่องประชากร ในพื้นที่ส่วนใหญ่
ประกอบอาชีพเกษตรกรกรรมเป็นอาชีพหลัก ดังนี้ สวนมะพร้าว นาข้าว สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน สวนสละ และ
สวนผัก เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีชุมชนประมงในพื้นที่ชายฝั่งบางพื้นที่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านเป็นฐานการผลิต
เครื่องอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเกิดเป็นการเชื่อมโยงของเครือข่ายการแลกเปลี่ยนสินค้าในลักษณะทาง
ภูมิศาสตร์ในจังหวัดนครศรีธรรมราชตามลักษณะภูมิศาสตร์ 4 พื้นที่คือ พื้นที่เทือกเขา พื้นที่ลุ่มน้ำ พื้นที่ชายฝั่งพื้นที่
ราบลุ่ม เพื่อสนับสนุนการทำงานวิจัยเชิงพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ โดยการตั้งหน่วยบริหารจัดการงานวิจัยเชิงพื้นที่ขึ้น
เพื่อกำกับ ติดตามและดูแล กระบวนการดำเนินงานวิจัยตั้งแต่ระยะต้นน้ำตลอดจนถึงปลายน้ำ รวมถึงมีการ
ปรับแก้กฎระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับเชิงนโยบาย อาทิเช่น ประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช เรื่อง
หลักเกณฑ์การสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อการดำเนินการวิจัยร่วมกับองค์กรอื่น (Matching Fund) พ.ศ.2562 ประกาศ
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช เรื่อง หลักเกณฑ์ค่าธรรมเนียม และค่าตอบแทนเกี่ยวกับการตีพิมพ์
เผยแพร่บทความวิชาการและบทความวิจัยในวารสารของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2562
ประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราการจัดสรรผลประโยชน์ในผลงาน
ทรัพย์สินทางปัญญา พ.ศ.2562 เป็นต้น ปัจจุบันมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชกำลังดำเนินการปรับแก้โดย
การเพิ่มน้ำหนักในการนับภาระงานให้แก่การทำงานวิจัยเชิงพื้นที่ของบุคลากร จึงส่งผลให้การทำงานวิจัยเชิง
พื้นที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชมีประสิทธิภาพและเข้มแข็งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ยังเป็น
มหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่นมีหน้าที่หลายด้าน ซึ่งสอดรับการจัดการทุนภารกิจด้านวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการ
พัฒนาเชิงพื้นที่ การพัฒนาชุมชน หรือท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นก็เป็นอีกบทบาทหน้าที่ที่จะ
ช่วยกัน ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน ของผู้ประกอบการรายใหม่ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
วิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคมในระดับพื้นที่ เน้นความร่วมมือของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภาควิชาการ สถาบันการศึกษาใน
พื้นที่ ภาคราชการ จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคมและภาคเอกชน ดังนั้นการมีหลักสูตรแนว
บูรณาการ จึงเกิดขึ้นกับการทำงานพื้นที่เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างดียิ่ง สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
เป็นการพัฒนาจากทุนทรัพยากรสิ่งแวดล้อมและทุนทางศิลปวัฒนธรรม เพื่อนำมาใช้ในการสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม
ควบคู่กับการอนุรักษ์และพัฒนาไว้ซึ่งเอกลักษณ์นั้นจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดที่มีความโดดเด่นด้าน
วัฒนธรรม และทรัพยากรธรรมชาติ ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมในมิติเทือกเขา ป่าไม้ นา และทะเล ดังนั้น
ความอุดมสมบูรณ์จึงมีสูงมากในทางธรรมชาติ ดังนั้นการบูรณาการเพื่อการศึกษาการบริหารจัดการเมืองที่ดีในสภาวการณ์ที่เจริญขึ้นทุกด้านกับ
หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานเกี่ยวข้อง นำไปสู่การจัดทำแผนและแนวทางพัฒนาเมือง คนในชุมชน
เมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ.2542 มาตรา 16 บัญญัติให้เทศบาล มีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง ประกอบกับ
ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2548 แก้ไขถึงฉบับที่ 3 พ.ศ.
2561 กำหนดให้เทศบาลต้องจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น เพื่อกำหนดกรอบทิศทางและแนวทางในการพัฒนาท้องถิ่น
ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินโยบายของรัฐแผนพัฒนาจังหวัดกรอบยุทธศาสตร์ในการ
พัฒนาท้องถิ่นในเขตจังหวัด และนโยบายของผู้บริหารท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปากพูนมีเนื้อที่ส่วนใหญ่มีลักษณะดินปนทรายและดินตกตะกอนที่มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง รูปร่างของตำบลเป็นแนวยาวและอยู่บนภูมิ
ประเทศที่เป็นสันดอนจากการตกตะกอนทับถมของทรายทำให้มีปัญหาเรื่องการระบายน้ำ ส่วนชายทะเลจะมีพื้นที่ป่า
ชายเลนอยู่ในสภาพพื้นที่น่าเป็นห่วง ในปัจจุบัน เนื่องจากทรัพยากรเหล่านี้กำลังประสบปัญหากับสภาวะแวดล้อมเป็น
พิษทางน้ำ เนื่องจากการบุกรุกสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัยริมคลองและมีคลองที่สำคัญอยู่ 2 สาย คือ คลองท่าแพ ต้นน้ำเขา
หลวงผ่านจากคลองบ้านตาลไหลผ่านตำบลท่างิ้ว ต้นน้ำมาจากอำเภอพรหมคีรีไหลออกสู่ปากอ่าวไทยบริเวณปากน้ำ
คลองปากพะยิง ต้นน้ำจากเทือกเขาหลวงไหลผ่านอำเภอพรหมคีรี บ้านหลาโอนไหลสู่อ่าวไทย
ซึ่งการวิเคราะห์ศักยภาพเพื่อประเมินสภาพการณ์พัฒนาในปัจจุบัน และโอกาสในการพัฒนาในอนาคต
ของเทศบาลเมืองปากพูน เป็นการประเมินถึงโอกาสและภาวะคุกคามหรือข้อจำกัด อันเป็นสภาวะแวดล้อม
ภายนอกที่มีผลต่อการพัฒนาท้องถิ่น รวมถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของท้องถิ่น อันเป็นสภาวะแวดล้อมภายในของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยใช้เทคนิคการ SWOT ANALYSIS เพื่อพิจารณาศักยภาพการพัฒนาของแต่ละ
ยุทธศาสตร์เทศบาลเมืองปากพูน ได้รวบรวมปัญหา ความต้องการของประชาชนในเขตเทศบาล ซึ่งได้จากการจัด
ประชาคมท้องถิ่น และข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง นำมาจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ.2561-2565)
เทศบาลเมืองปากพูน โดยผ่านการกลั่นกรองของคณะกรรมการพัฒนาเทศบาลเพื่อใช้เป็นกรอบทิศทางในการ
พัฒนาเทศบาลจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนการพัฒนาเทศบาลเมืองปากพูนต่อไป (เทศบาลเมืองปากพูน, 2561)
ประกอบการลงพื้นที่เพื่อค้นหาโจทย์วิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning
City) การพัฒนาเมืองน่าอยู่และการกระจายศูนย์กลางความเจริญ สอดคล้องกับการพัฒนาในอนาคตของเทศบาลเมือง
ปากพูน ที่สามารถสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นและคุณภาพชีวิตในพื้นที่ ได้ข้อมูลถึงการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ถึง 11 แหล่ง
ได้แก่ ป่าชายเลน เครื่องปั้นดินเผา ป่าชุมชน น้ำตาลมะพร้าว อาหารทะเล ผักปลอดสารพิษ หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเล
จืด ประมงพื้นบ้าน ตลาดน้ำ การแกะหนังตะลุง และการเลี้ยงผึ่ง ซึ่งปรากฏว่าหลายแหล่งเรียนรู้ที่กล่าวมา สามารถต่อ
ยอดได้อยู่ 3 แหล่ง คือ ป่าชายเลน น้ำตาลมะพร้าว ผักปลอดสารพิษ และศักยภาพอื่นที่มีความเพียบพร้อมให้ปากพูน
เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเข้มแข็งหรือความพร้อมความมุ่งมั่นของผู้นำ ซึ่งเป็นเงื่อนไขหนึ่ง
ที่สำคัญ พื้นฐานในการสร้างเมืองแห่งความรู้ตามหลักการของสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตของยูเนสโก (UNESCO) เห็น
ได้จากกรณีคระผู้บริหารตำบลนำโดย นายธนาวุฒิ ถาวรพราหมณ์ นายกองค์การองค์การบริหารส่วนตำบลปากพูน
(ขณะนั้น) ผลักดันฐานะจากองค์การบริหารส่วนตำบลปากพูน ขึ้นเป็นเทศบาลเมืองปากพูน โดยประกาศ
กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554 จัดตั้งเป็นเทศบาลเมืองปากพูน จะเห็นได้ว่าปากพูนมีศักยภาพมี
ความพร้อมยิ่งเลื่อนขั้นข้ามผ่านการเป็นเทศบาลตำบล มาเป็นเทศบาลเมืองในคราวเดียว และในขณะเดียวกัน ใน
การเป็นสังคมเมืองปากพูน สำคัญยิ่งเมืองปากพูนซึ่งเป็นเมืองแห่งพื้นที่ตั้งของแหล่งสำคัญหลายแหล่ง เช่น กองทัพ
ภาคที่ 4 ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช สนามบินเอกชน เป็นต้น และปากพูนถือว่าเป็นพื้นที่ที่ถูกจัดวางและมี
นโยบาย ในการขยายการพัฒนาของรัฐบาลและจังหวัด ประกอบด้วย ขยายสนามบินนครศรีธรรมราช
ให้เป็นสนามบินนานาชาติ ตัดเชื่อมต่อถนน 4 เลน สัญจรเพิ่มในพื้นที่ นอกจากนี้มีการขยายตัวของบ้าน จัดสรร อสังหาริมทรัพย์ จำนวนหลายโครงการ ขณะที่เมืองกำลังขยายและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ประชาชน
ในพื้นที่ชุมชนชนปากพูนส่วนใหญ่ยังคงมีวิถีชีวิตประจำวันผูกพันสังคมชนบทแบบดั้งเดิม สอดคล้องกับหลักการของ UNESCO ที่ได้นิยามเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City) นั่นต้องมีความหลากหลายฯ ในพื้นที่ ตรงกับเป้าหมาย
การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ด้วยเหตุผลดังกล่าวคณะผู้วิจัยและผู้บริหาร ตำบลปากพูนสรุปเห็นพ้องตรงกันว่าจะบูรณาการสร้างเมืองปากพูนให้เป็นต้นแบบการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้
(Learning City) จากความสำคัญดังกล่าวมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชจึงได้ดำเนินงานวิจัยเชิงพื้นที่โดยการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาพื้นที่แบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานรัฐ ชุมชน หน่วยงานเอกชน และกลุ่มองค์กรต่าง ๆ
ในพื้นที่ พบว่าโครงการประสบผลสำเร็จอย่างสูง สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นทั้งในส่วนของหน่วยงานต่างๆ และชุมชนในพื้นที่ ดังนั้นในโครงการ flagship ในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 นี้ ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏ
นครศรีธรรมราชจึงได้ทำโครงการวิจัย เรื่อง "การยกระดับการเรียนรู้ของประชาชน เพื่อสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านพื้นที่การเรียนรู้ด้วยกลไกความร่วมมือระดับ เมือง ภายใต้ฐานทรัพยากรชีวภาพและอัตลักษณ์วัฒนธรรม" โดยมี 5
โครงการย่อยภายใต้แผนงานวิจัยนี้การวิจัย ดังนี้ 1) อุโมงค์โกงกาง : ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อพัฒนาและยกระดับสู่การพัฒนาพิพิธภัณฑ์มีชีวิต สนับสนุนการเรียนรู้สู่ความยั่งยืนต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์และการ
บริการในพื้นชุมชนเมืองปากพูน ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 2) เกลอปากพูน : การสร้างกลไกความร่วมมือและเครือข่ายพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้พิพิธภัณฑ์มีชีวิตเพื่อสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นและคุณภาพชีวิตในพื้นที่
เทศบาลเมืองปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 3) พร้าวผูกเกลอ : กระบวนการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ในการปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตเพื่อยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น และคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบการชาวสวนมะพร้าวในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 4) ทุนประวัติศาสตร์ปากพูนเพื่อสร้างความภูมิใจในท้องถิ่นและการฟื้นฟูทรัพยากร และ 5) การประเมินและพัฒนาระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ ของชาวชุมชนเทศบาลเมืองปากพูนตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ภายใต้แผนงานย่อยการพัฒนากลไกการพัฒนาเมืองและกติการ่วมของการพัฒนาเมือง โปรแกรม (Program) การพัฒนาเมืองน่าอยู่และการกระจายศูนย์กลางความเจริญ เพื่อนำประสบการณ์และความสำเร็จสู่ทุกภาคส่วนตามกลไกความร่วมมือ
ทั้งนี้เป้าหมายสูงสุดของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชและเทศบาลเมืองปากพูน ต้องการยกระดับเมืองปากพูน ตำบลปากพูน อำเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City) ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชนปากพูนในที่สุด