Under research and development
การวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ (Area-based Collaborative Research: ABC), การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research), แนวคิดและหลักการการประเมินเพื่อเรียนรู้ร่วมกัน (Developmental Evaluation: DE), แนวคิดห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab), พื้นที่เชิงระบบ (Systemic Space), กระบวนการเชิงทดลอง (Experimental Process) เข้าชม 443 ครั้ง

การวิจัยเชิงบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกวัยในบทบาทกลไกสนับสนุนความเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้จังหวัดระยองโดยความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและภาคีเครือข่าย ระยะที่ 2

เมืองแห่งการเรียนรู้,โครงการวิจัยเชิงบูรณาการ,สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกวัย,จังหวัดระยอง ปีที่เผยแพร่: 2565

บทคัดย่อ (Abstract)

โครงการวิจัยนี้การวิจัยเชิงปฏิบัติการผ่านปฏิบัติการเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City Lab) ที่ผสมผสานวิธีห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab) และการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) โดยมีวัตถุประสงค์ คือ ๑.) สร้างนวัตกรรมกลไกระบบนิเวศการเรียนรู้ของจังหวัดระยอง โดยการจัดตั้งสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัยจังหวัดระยองเพื่อสนับสนุนความเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ได้อย่างยั่งยืน ๒.)สร้างองค์ความรู้ในการจัดระบบการพัฒนาชุดสาระการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ของจังหวัดระยองในการพัฒนาคนให้ทันการพัฒนาเมือง ๓.) พัฒนาต้นแบบแพลตฟอร์มการเรียนรู้ใหม่ของคนระยองทั้งออนไลน์และออฟไลน์ (Learning Space & Learning Platform) ที่ประมวลและจัดระบบชุดสาระการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ เพื่อสร้างช่องทางการเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับบริบทของจังหวัดระยอง ๔.) ประเมินผลลัพธ์ของการทดลองพัฒนาและบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับภาคีเครือข่าย และ/หรือกลุ่มเป้าหมายอื่น ๆ ผลที่ได้รับ คือ ๑.) การค้นพบกลไกขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาสู่ระยองเมืองน่าอยู่ สู่การเป็นจังหวัดจัดการศึกษาด้วยตนเองด้วย “โมเดลตำบลจัดการเรียนรู้ด้วยตนเอง” ในการเชื่อมร้อยมุมมองภาพรวมระดับบุคคลเชิงพื้นที่สู่ “กระบวนการเรียนรู้ระดับเมือง” ๒.) เกิดการรวบรวมองค์ความรู้ที่นำมาพัฒนาเป็นชุดสาระการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ของจังหวัดระยองจำนวน ๕ ชุด ได้แก่ ชุดนักสร้างบ้านแปงเมือง ชุดกระบวนการค้นหาต้นทุนชุมชน ชุดสัมผัสคุณค่าผ้าตากะหมุก ชุดสนุกไม่จักกะบอก (สนุกสนาน) รู้รักษ์ภาษาถิ่นระยอง และชุดลิ้มรสอาหารท้องถิ่นเมืองระยอง ๓.)การพัฒนาแพลตฟอร์มขับเคลื่อนปฏิบัติการการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ให้เกิดการเชื่อมโยงการรับรู้ตั้งแต่ระดับหน่วยย่อย บุคคล ตำบลไปสู่ความเข้าใจเป้าหมายการพัฒนาระดับจังหวัดและสังคมในวงกว้างไปพร้อมกัน ๔.) เกิดการขยายผลการประสานพลังภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้ร่วมกับสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย ทั้งในเชิงพื้นที่ระดับตำบลและเชิงเนื้อหาจากปราชญ์ท้องถิ่นหรือบุคคลผู้มีองค์ความรู้เฉพาะในพื้นที่ต่างๆ เข้ามารวมตัวกัน เพื่อรวบรวมองค์ความรู้สู่การจัดระบบทำเป็นชุดสาระการเรียนรู้ รวมทั้งพัฒนาพื้นที่แหล่งเรียนรู้ ที่สามารถนำไปขยายผลรองรับการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ใหม่ในการพัฒนาคนระยองทุกช่วงวัยให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเมืองและรู้รักษ์คุณค่ารากเหง้าและอัตลักษณ์ของเมืองให้คงไว้ได้

วัตถุประสงค์ (Objective)

1.3.1 สร้างนวัตกรรมกลไกระบบนิเวศการเรียนรู้ของจังหวัดระยอง โดยการจัดตั้งสถาบันการเรียนรู้ของ
คนทุกช่วงวัยจังหวัดระยองเพื่อสนับสนุนความเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ได้อย่างยั่งยืน
1.3.2 สร้างองค์ความรู้ในการจัดระบบการพัฒนาชุดสาระการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ของ
จังหวัดระยองในการพัฒนาคนให้ทันการพัฒนาเมือง
1.3.3 พัฒนาต้นแบบแพลตฟอร์มการเรียนรู้ใหม่ของคนระยองทั้งออนไลน์และออฟไลน์ (Learning
Space & Learning Platform) ที่ประมวลและจัดระบบชุดสาระการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ เพื่อ
สร้างช่องทางการเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับบริบทของจังหวัดระยอง
1.3.4 ประเมินผลลัพธ์ของการทดลองพัฒนาและบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับภาคีเครือข่าย
และ/หรือกลุ่มเป้าหมายอื่น ๆ

รายละเอียด (Details)

การพัฒนาเมืองของจังหวัดระยองตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็วในหลายมิติ ในทางเศรษฐกิจการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของ
ระยองเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนกลายเป็นจังหวัดที่มีรายได้ประชากรต่อหัว (GPP per Capita) สูงที่สุดในประเทศ
ถึง 1.1 ล้านบาทต่อคน ซึ่งไม่สะท้อนรายได้ที่แท้จริงของประชาชนที่มีผู้ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรมจำนวน
มาก แต่กลับมีสัดส่วนรายได้อยู่เพียงร้อยละ 3 ของรายได้จังหวัด โดยช่องว่างดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มสูงมากขึ้น
อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเกิดการอพยพเข้ามาของแรงงานที่กลายเป็นประชากรแฝงจำนวนมากกว่าร้อยละ 70
ของประชากรระยอง และการขยายตัวของเมืองเพื่อรองรับประชากรที่เพิ่มขึ้น
ปัจจุบันการเข้ามาของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic
Corridor) ยิ่งเป็นแรงขับที่ทำให้สถานการณ์ดังกล่าวทวีความรุนแรงและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้เกิดผลกระทบต่อ
การพัฒนาความเป็นเมืองโดยเฉพาะทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและด้านการพัฒนาพื้นที่เมืองไปสู่การรองรับ
กิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมแบบเมือง ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาทางด้านมลภาวะ สุขภาพ และคุณภาพชีวิต รวม
ไปถึงปัญหาการพัฒนาคนให้มีทักษะทันต่อการจ้างงานและเศรษฐกิจในอนาคต ดังนั้น จังหวัดระยองและคน
ระยองจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งปรับตัวให้เท่าทันและเตรียมความพร้อมเพื่อตอบรับกับความเปลี่ยนแปลง
ของเมือง ที่เริ่มเปลี่ยนจากการเป็นเมืองสามขา (เกษตร ท่องเที่ยว และอุตสาหกรรม) มาสู่เมืองที่แนวคิดที่
แตกต่างกันใน 2 ขั้วการพัฒนา คือ การพัฒนาสู่ความเจริญทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมทางฝั่งตะวันตก
ของเมือง และแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางฝั่งตะวันออกของเมือง ซึ่งเป็นความย้อนแย้งและมี
ความซับซ้อนทั้งจากความแตกต่างหลากหลายของบริบทต่าง ๆ ในจังหวัด และจากการพัฒนาเมืองอย่าง
รวดเร็วจนคนยังไม่สามารถปรับตัวพัฒนาให้ทันการเปลี่ยนแปลงของเมืองได้
ดังนั้น จังหวัดระยองจึงได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์การศึกษาจังหวัดระยอง พ.ศ. 2561-2564 ขึ้น ซึ่งมี
วิสัยทัศน์ คือ “การจัดการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัยที่ตอบโจทย์บริบทระยอง เท่าเทียม ทั่วถึง เท่าทัน
สมดุล ร่วมสร้างระยองให้เป็นเมืองน่าอยู่ และเป็นต้นแบบในการผลิตและพัฒนากำลังคน สู่การขับเคลื่อน
เศรษฐกิจและสังคม” โดยมีพันธกิจสำคัญ ประกอบด้วย 1) ส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนระยองทุกช่วง
วัยที่ตอบโจทย์บริบทระยอง เท่าเทียม ทั่วถึง เท่าทัน และสมดุล 2) สร้างระบบบริหารจัดการศึกษาทุกระดับ
เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนในจังหวัดระยองทุกช่วงวัย 3) สร้างเครือข่ายพลังความร่วมมือในการจัดการศึกษา
ระหว่างสถานศึกษา ครอบครัว ชุมชน สถานประกอบการ องค์กรภาครัฐและเอกชน 4) พัฒนาครูและบุคลากร
ทางการศึกษาให้เป็นผู้อำนวยการจัดการเรียนรู้ 5) พัฒนาหลักสูตรระยอง (Rayong MARCO) แหล่งเรียนรู้
และศูนย์สร้างสรรค์ปัญญาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตและสร้างศักยภาพคนระยอง
นอกจากนั้น จังหวัดระยองยังได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 8 จังหวัด (ระยอง เชียงใหม่ ภูเก็ต สตูล
กาญจนบุรี และสามจังหวัดชายแดนภาคใต้) ในโครงการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ตามประกาศ
พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 เพื่อเป็นพื้นที่ทดลองการกระจายอำนาจการจัดการศึกษา
การสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้จังหวัด
ระยองสามารถกำหนดแนวทางเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่การพัฒนาคุณภาพคนระยองอย่างรอบด้านด้วย
ตนเอง เพื่อเตรียมการรองรับการเป็นจังหวัดจัดการตนเองด้านการศึกษาในอนาคต
ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2563 องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง จึงได้ร่วมกับสถาบันอาศรมศิลป์ในบทบาท
นักวิชาการในพื้นที่และผู้ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงาน (Active Partner) จัดทำ โครงการ วิจัยปฏิบัติการเพื่อ
พัฒนาสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัยให้เป็นกลไกสนับสนุนความเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้จังหวัดระยอง
โดยความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและภาคีเครือข่าย ซึ่งนับเป็นโครงการในระยะที่ 1 โดย
นำกระบวนการปฏิบัติการเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City Lab) ที่สถาบันอาศรมศิลป์พัฒนาขึ้นจากการ
ประยุกต์กระบวนการห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab) และการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) มา
เป็นกระบวนการในการดำเนินงานตามกรอบเมืองแห่งการเรียนรู้ของ UNESCO เพื่อค้นหาบุคคลหลัก (Key
Person) ที่เป็นตัวจริงในการทำงานส่งเสริมการพัฒนาและสร้างการเรียนรู้ในมิติต่าง ๆ ในจังหวัดระยอง ทั้ง
บุคคลในระดับนโยบายไปจนถึงระดับปฏิบัติการที่เป็นคนเล็กคนน้อยที่พยายามแก้ปัญหาและจัดการเรียนรู้ใน
พื้นที่จากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน การศึกษา สื่อมวลชน ประชาสังคมและชุมชน เข้ามาเป็นภาคี
เครือข่าย (Stakeholders) ในการขับเคลื่อนการจัดตั้งสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัยจังหวัดระยอง โดย
ดึงแนวคิดและคุณค่าของแต่ละบุคคลมาสื่อสารเพื่อให้ทุกคนได้เข้ามาทำความรู้จักกัน ทั้งแนวคิด ทัศนคติการ
ดำเนินงานและประเด็นปัญหา (Pain Point) ที่เกิดจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของเมืองร่วมกัน ผ่าน
การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมด้วยการจัดกลุ่มสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมสะท้อนคิด (Reflection)
ทั้งกลุ่มไลน์และการประชุมผ่านระบบออนไลน์ใน 3 กลุ่มย่อยที่แต่ละคนสนใจ ได้แก่ กลุ่มการพัฒนาเมืองแห่ง
อนาคต กลุ่มอัตลักษณ์ระยอง กลุ่มการเรียนรู้ใหม่ เพื่อให้เกิดการร่วมคิด ร่วมหาวิธีแก้ไขต่อโจทย์ปัญหาและ
สถานการณ์ของจังหวัดระยองและบริบทที่ตนอยู่อาศัย จนเกิดเป็นความเห็นอกเห็นใจกัน (Empathy) และ
สร้างความสัมพันธ์ (Relationship) ที่ดีต่อกัน จากการเห็นคุณค่าและความสำคัญของทุกคน ด้วยความ
ตระหนักว่าทุกคนทุกภาคส่วนนั้นล้วนมีความเชื่อมโยงและส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน เพื่อนำมาสู่การสานพลัง
ของทุกคนสู่พลังที่ยิ่งใหญ่ในการร่วมลงมือปฏิบัติในการพัฒนาเมืองและคุณภาพชีวิตร่วมกัน จากกระบวนการ
ดังกล่าวจึงส่งผลให้เกิดการรวมกลุ่มทางสังคมของภาคีเครือข่ายในจังหวัดระยองจำนวน 65 องค์กร/
หน่วยงาน/กลุ่ม (118 คน) โดยแบ่งออกเป็น กลุ่มผู้ให้บริการการเรียนรู้ในพื้นที่ (Learning Providers) หรือ
ภาคีเครือข่ายที่เรียกว่า “คณะทำงานขับเคลื่อนการเรียนรู้ (RILA’s Move)” จำนวน 45 กลุ่ม/หน่วยงาน/
องค์กร และภาคีเครือข่ายสนับสนุนสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัยจังหวัดระยอง จำนวน 20 กลุ่ม/
หน่วยงาน/องค์กร ซึ่งภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนได้ร่วมนำผลลัพธ์จากการดำเนินงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
นำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายชาญนะ เอี่ยมแสง และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง เมื่อ
วันที่ 2 สิงหาคม 2564 ซึ่งได้รับความเห็นชอบให้ดำเนินงานต่อเนื่อง ดังมีประเด็นสำคัญประกอบด้วย ร่าง
แนวคิดและรูปแบบการบริหารจัดการกลไกขับเคลื่อนระบบนิเวศการเรียนรู้ของคนระยองทุกวัย ในรูปแบบ
องค์กรหรือสถาบันโดยใช้ชื่อเบื้องต้นว่า “สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัยจังหวัดระยอง” (Rayong
Inclusive Learning Academy: RILA) รวมทั้งการจัดประเภทของชุดสาระการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตและ
บริบทของจังหวัดระยองใน 3 หมวดการเรียนรู้ จากการระดมความคิดเห็นของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน
ประกอบด้วย หมวดการเรียนรู้ระดับเมือง หมวดอัตลักษณ์ระยอง และหมวดการเรียนรู้ใหม่ที่จะนำไปสู่การ
จัดทำแพลตฟอร์มการเรียนรู้แบบผสมผสานทั้งออนไลน์และออฟไลน์ (Blended Learning Platform) เพื่อให้
คนระยองทุกช่วงวัยเข้าถึงการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพตนได้ โดยมีแนวคิดริเริ่มการพัฒนาพื้นที่เทศบาลนำ
ร่อง 2 แห่ง ที่เป็นภาพสะท้อนถึงผลกระทบจากการพัฒนาเมืองที่มีความย้อนแย้งของ 2 ขั้วการพัฒนา คือ
เทศบาลตำบลเนินพระ ในประเด็นสถานการณ์การพัฒนาเมืองสีเขียว (Green City) เพื่อตอบเป้าหมาย
อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และเทศบาลตำบลปากน้ำประแส ในประเด็นสถานการณ์การฟื้นฟูชุมชนประมงสู่
เศรษฐกิจใหม่และการฟื้นฟูระบบนิเวศสู่การพัฒนาชุมชนยั่งยืน เพื่อให้เป็นต้นแบบเมืองแห่งการเรียนรู้ใน
ระดับจังหวัดต่อไป
จากที่กล่าวมาจึงเป็นที่มาของการดำเนินงานโครงการ การวิจัยเชิงบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนสถาบัน
การเรียนรู้ของคนทุกวัยในบทบาทกลไกสนับสนุนความเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้จังหวัดระยองโดยความร่วมมือ
ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและภาคีเครือข่าย ระยะที่ 2 โดยมีจุดเน้นในการพัฒนาระบบนิเวศเมือง
แห่งการเรียนรู้ระยอง (Rayong Learning City Ecosystem) ผ่านการดำเนินงาน 3 องค์ประกอบ คือ 1) การ
สร้างนวัตกรรมองค์กรเพื่อให้เกิดระบบนิเวศการเรียนรู้ระดับเมือง (Learning City Mechanism) 2) การ
พัฒนาชุดสาระการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาเมืองและคนระยอง (Inclusive
Learning System และ 3) การพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning Platform)
ทั้ง Online และ Offline เพื่อเชื่อมโยงระบบสู่การเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ในทุกระดับ โดยการดำเนินงานสร้าง
ระบบนิเวศการเรียนรู้ใน 3 องค์ประกอบดังกล่าว จะดำเนินการด้วยแนวคิดของการมุ่งสร้างให้เกิด
ความสัมพันธ์ที่สมดุลในการสร้างการเรียนรู้ระหว่างผู้เรียน (Learners) ผู้ให้บริการการเรียนรู้ (Learning
Providers) และผู้สนับสนุนหรือรับรองการเรียนรู้ (Endorsers) เพื่อให้เกิดระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ยั่งยืนต่อไป
ดังมีรายละเอียดแนวคิดการดำเนินงานใน 3 องค์ประกอบ ได้แก่
1. ชุดแผนงานโครงการวิจัย รับผิดชอบการดำเนินงานการสร้างนวัตกรรมองค์กรเพื่อให้เกิดระบบ
นิเวศการเรียนรู้ระดับเมือง (Learning City Mechanism) ด้วยการจัดตั้ง “สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วง
วัยจังหวัดระยอง (Rayong Inclusive Learning Academy: RILA)” ด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมโดยมี
องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองเป็นแกนหลัก ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ ของ
จังหวัดรวมทั้งสิ้น 65 องค์กร/หน่วยงาน/กลุ่ม ประกอบด้วย ภาคีเครือข่ายคณะทำงานขับเคลื่อนการเรียนรู้
(RILA’s Move) จำนวน 45 องค์กร/หน่วยงาน/กลุ่ม และภาคีเครือข่ายสนับสนุนจำนวน 20 องค์กร/
หน่วยงาน/กลุ่ม ในรูปแบบองค์กรสังคมที่ยั่งยืน กล่าวคือ เป็นองค์กรที่มีความเป็นทางการจากโครงสร้าง
องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง และมีความเป็นอิสระของภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นผู้มีส่วน
เกี่ยวข้อง (Stakeholders) ที่มาระดมการร่วมทุนทั้ง In Cash & In Kind และร่วมเรียนรู้โจทย์ปัญหาเพื่อที่จะ
ระดมความคิด แสวงหาทางออกในรูปแบบใหม่ ๆ ที่สร้างสรรค์สร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร รวมทั้งติดตาม
ประเมินผลเชิงพัฒนา (Developmental Evaluation: DE) การจัดระบบการพัฒนาชุดสาระการเรียนรู้และ
แหล่งเรียนรู้ (Inclusive Learning System) เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่แพลตฟอร์มการเรียนรู้ (Learning Platform)
ที่ทำให้คนทุกช่วงวัยจังหวัดระยองสามารถเข้าถึงในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่าง
สอดคล้องและเหมาะสม
ข้อมูลโครงการ
หัวหน้าโครงการ
นางประภาภัทร นิยม
หน่วยงาน / สถาบัน
สถาบันอาศรมศิลป์
แหล่งทุน
กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) และ หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)งบประมาณด้าน ววน. Full Proposal ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
พื้นที่ศึกษา (Area)
1.4.1 จัดตั้งสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัยจังหวัดระยอง (RILA) โดยมีองค์การบริหารส่วนจังหวัด ระยองเป็นแกนหลัก ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ ของจังหวัด เพื่อสร้าง และบริหารระบบนิเวศการเรียนรู้ใหม่ของจังหวัดระยอง สู่เมืองแห่งการเรียนรู้ 1.4.2 จัดทำระบบการพัฒนาชุดสาระการเรียนรู้ ร่วมกับภาคีเครือข่ายผู้ให้บริการการเรียนรู้ (Learning Providers) จาก 45 กลุ่ม/หน่วยงาน/องค์กร ที่เป็นคณะทำงานขับเคลื่อนการเรียนรู้ (RILA’s Move) ใน 3 หมวดการเรียนรู้ ที่ตอบโจทย์ของจังหวัดระยอง (หมวดการเรียนรู้ระดับเมือง หมวดอัตลักษณ์ระยอง และหมวดการเรียนรู้ใหม่) โดยมีชุดสาระการเรียนรู้ต้นแบบอย่างน้อย 10 ชุด 1.4.3 พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัยจังหวัดระยอง (RILA’s Learning Platform) ที่ประมวลและจัดระบบชุดสาระการเรียนรู้ใน 3 หมวดการเรียนรู้ (หมวด การเรียนรู้ระดับเมือง หมวดอัตลักษณ์ระยอง และหมวดการเรียนรู้ใหม่) เพื่อสร้างช่องทางการ เข้าถึงการเรียนรู้ของคนทุกวัยที่มีประสิทธิภาพ โดยมีชุดสาระการเรียนรู้ต้นแบบที่นำมาเข้าระบบ แพลตฟอร์มอย่างน้อย 10 ชุด รวมถึงมีข้อมูลแหล่งเรียนรู้ที่เข้าระบบอย่างน้อย 10 พื้นที่ รองรับ การเรียนรู้ On-demand ของผู้ใช้บริการจำนวน 3,000 – 10,000 คน ในระยะเริ่มต้น 1.4.4 จัดทำแนวทางการออกแบบเบื้องต้น การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับระบบการจัดการเรียนรู้ ของสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัยจังหวัดระยอง เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ จำนวน 4 พื้นที่นำร่อง 1.4.5 การประเมินผลเชิงพัฒนา (Developmental Evaluation: DE) เพื่อพัฒนานวัตกรรมกลไก ขับเคลื่อนระบบนิเวศการเรียนรู้ระดับเมืองของจังหวัดระยอง (Innovation) โดยสถาบันการเรียนรู้ ของคนทุกช่วงวัยจังหวัดระยอง (RILA) และการดำเนินการ (Intervention) เพื่อสร้างระบบนิเวศ การเรียนรู้ใหม่ของจังหวัดระยองที่กระตุ้นการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง (Transformative Learning) วิสัยทัศน์ วิธีคิดของคนท้องถิ่นให้เท่าทัน และพร้อมปรับตัวต่อสถานการณ์และการ พัฒนายุคใหม่สนับสนุนความเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ 1.4.6 รวบรวมข้อมูลพื้นฐานเพื่อการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้จังหวัดระยอง (Data Catalog) ได้แก่ ข้อมูลปฐมภูมิ ประกอบด้วย - ข้อมูลการสัมภาษณ์และเก็บข้อมูลเชิงลึกภาคีเครือข่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการ เรียนรู้ของจังหวัดระยอง จำนวน 65 กลุ่ม/หน่วยงาน/องค์กร ประกอบด้วย วิสัยทัศน์และแนว ทางการดำเนินงาน - ข้อมูลการสำรวจแหล่งเรียนรู้ จำนวน 43 แห่ง ประกอบด้วย ตำแหน่งที่ตั้ง ลักษณะทาง กายภาพ กิจกรรม การบริหารจัดการ และกลุ่มผู้ใช้บริการ ข้อมูลทุติยภูมิ เพื่อรวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดระยอง รวมถึงปัญหาความย้อน แย้งในการพัฒนาเมือง ประกอบด้วย - แผนภาพรวมเพื่อการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) - แผนพัฒนาจังหวัดระยอง พ.ศ. 2561-2565 - แผนยุทธศาสตร์การศึกษาจังหวัดระยอง พ.ศ. 2561-2564 - ข้อมูลสถิติพื้นฐาน ด้านเศรษฐกิจ สังคม ประชากร การประกอบอาชีพ - ข้อมูลประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาด้านประเพณีวัฒนธรรมของจังหวัดระยอง - การสังเคราะห์ข้อมูลความย้อนแย้งในการพัฒนาเมือง ที่เป็นโจทย์ในการสร้างการเรียนรู้ของ เมืองแห่งการเรียนรู้จังหวัดระยอง
กลุ่มเป้าหมาย (Target)
1) คณะกรรมการสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัยจังหวัดระยอง (Rayong Inclusive Learning Academy: RILA) และคณะทำงานขับเคลื่อนการเรียนรู้ (RILA’s Move) ที่เป็นกลไกความร่วมมือ ระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนจังหวัดระยองสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ เพื่อสร้างการมี ส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางเชิงนโยบาย กำกับการดำเนินงาน และเป็นหน่วยงานที่รับรองการเรียนรู้ ที่จะเกิดขึ้น (Endorsers) 2) แหล่งเรียนรู้และผู้ให้บริการการเรียนรู้ (Learning Providers) ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นแหล่งเรียนรู้ นำร่องเพื่อร่วมพัฒนาแพลตฟอร์ม และจัดระบบการเรียนรู้เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม ใน 3 หมวดการ เรียนรู้ 3) กลุ่มผู้เรียน (Learners) ได้แก่ กลุ่มเยาวชน นักเรียน รวมถึงตัวแทนกลุ่มช่วงวัยต่าง ๆ ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในฐานะผู้ใช้งาน (Users)
ระเบียบวิธีวิจัย
การวิจัยเชิงบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกวัยในบทบาทกลไกสนับสนุนความเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้จังหวัดระยองโดยความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและภาคีเครือข่าย ระยะที่ 2 เกิดจากการสังเคราะห์สถานการณ์และผลกระทบของเมืองในแต่ละมิติ เพื่อจัดทำกรอบคิดหลักในการดำเนินงาน โดยมีรายละเอียด ดังนี้ เหตุปัจจัยที่เป็นลักษณะเฉพาะของจังหวัดระยอง T มีความซับซ้อน เร่งด่วนของโจทย์ และความย้อนแย้งของการพัฒนาเมืองในแบบ 2 ขั้วการพัฒนาระหว่างอุตสาหกรรมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ที่เร็วกว่าการ พัฒนาคน วิธีคิดในการทำงาน “พัฒนาคนให้เท่าทันการพัฒนาเมือง” S มีกลุ่มองค์กร หน่วยงาน ที่ดำเนินการอยู่แล้ว เป็นเจ้าของเรื่องจำนวนมากและหลากหลาย วิธีคิดในการทำงาน 1.สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เป็นเจ้าภาพ ตัวจริง สานพลังเพื่อตอบโจทย์เดียวกัน 2. สร้างเงื่อนไขให้ทุกฝ่ายมาร่วมเรียนรู้ ร่วมคิด ร่วมออกแบบ ร่วมลงมือทำ W ต่างคนต่างทำ ยังกระจัดกระจายขาดระบบ+จุดมุ่งเน้นที่ชัดเจนร่วมกัน วิธีคิดในการทำงาน ใช้ศักยภาพของหน่วยงานท้องถิ่น/ท้องที่ระดับจังหวัดเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงและสนับสนุนการดำเนินงานให้ต่อเนื่อง O ทุกคนมีเป้าหมายร่วมที่จะสร้างระยอง ให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ ทีมวิจัยใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ ริเริ่มให้เกิดการดำเนินงาน 4 ด้าน • จัดปฏิบัติการทางสังคมเพื่อสร้างกลไกความเป็นสถาบัน เพื่อบริหารการจัดระบบนิเวศการเรียนรู้ของเมืองระยอง • พัฒนาโจทย์และสร้างความเข้าใจของการใช้โครงการ พัฒนาเมืองเป็นแหล่งเรียนรู้ เพื่อพัฒนาเมืองให้ส่งเสริม คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม • ออกแบบระบบชุดสาระการเรียนรู้เพื่อสร้างความเข้าใจ ในอัตลักษณ์ ปัญหาการใช้ทรัพยากร และการเรียนรู้ใหม่ • ออกแบบระบบการเข้าถึงแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของคน ทุกช่วงวัยจังหวัดระยอง จากการสังเคราะห์ข้อมูลสู่กรอบแนวคิดการดำเนินงานที่แสดงในตารางดังกล่าว ทำให้เห็นว่าจังหวัดระยองมีความซับซ้อนจากการมีบริบทพื้นที่ที่แตกต่างหลากหลายอยู่ในจังหวัดเดียวกัน และมีความเร่งด่วนและย้อนแย้งของโจทย์ในการพัฒนาเมืองสู่นโยบาย EEC ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเมือง จึงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องสร้างเวทีการเรียนรู้เพื่อ “พัฒนาคนให้เท่าทันการพัฒนาเมือง” แต่ในขณะเดียวกันแม้องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและทุกคนจากหลากหลายภาคส่วนจะมีความตั้งใจดีและพยายามดำเนินการพัฒนาคนพัฒนาเมืองในแบบของตนอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งในรูปแบบการจัดทำ CSR การให้ทุนการศึกษา หรือการจัดทำแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย แต่การดำเนินงานเหล่านั้นกลับกระจัดกระจายและขาดพลังในการขับเคลื่อนให้เกิดความเข้มแข็งไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งมองเห็นในภาพรวมและจุดสำคัญในการแก้ปัญหาของเมืองว่าไม่สามารถทำได้เพียงการสั่งการจากระดับนโยบาย หน่วยงานใดหรือบุคคลฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องเกิดจากการร่วมมือของกลุ่มบุคคล หน่วยงาน องค์กรทุกภาคส่วน ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่มีส่วนได้เสีย(Stakeholders) และเป็นเจ้าภาพตัวจริง (โดยคณะวิจัยเรียกกลุ่มภาคีเครือข่ายเหล่านี้ว่า RILA’s Move) เข้ามาร่วมสานพลังเพื่อตอบโจทย์เดียวกัน โดยสร้างเงื่อนไขให้ทุกฝ่ายเข้ามา ร่วมรับรู้ (Co-presencing) ร่วมคิด (Co-sensing) ร่วมออกแบบและร่วมกำหนดเป้าหมายร่วมเพื่อลงมือแก้ปัญหา (Co-creating) กับสถานการณ์หรือโจทย์ปัญหาและผลกระทบที่เผชิญอยู่ด้วยการร่วมเรียนรู้และหาทางออกร่วมกัน (Co-evolving) โดยใช้ศักยภาพของหน่วยงานท้องถิ่น/ท้องที่ระดับจังหวัด คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง และเทศบาล เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงและสนับสนุนการดำเนินงานให้เกิดความต่อเนื่อง โดยมีทีมวิจัยใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ ริเริ่มให้เกิดการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาคนให้เท่าทันการพัฒนาเมืองในการดำเนินงาน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) จัดปฏิบัติการทางสังคมเพื่อสร้างกลไกความเป็นสถาบันเพื่อบริหารการจัดระบบนิเวศการเรียนรู้ ของเมืองระยอง 2) พัฒนาโจทย์และสร้างความเข้าใจของการใช้โครงการพัฒนาเมืองเป็นแหล่งเรียนรู้ เพื่อพัฒนาเมือง ให้ส่งเสริมคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 3) ออกแบบระบบชุดสาระการเรียนรู้เพื่อสร้างความเข้าใจในอัตลักษณ์ของจังหวัดระยอง การจัด การเมืองและปัญหาการใช้ทรัพยากร และการเรียนรู้ใหม่ 4) ออกแบบระบบการเข้าถึงแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัยจังหวัดระยอง จากกรอบแนวคิดที่กล่าวมา จึงนำมาสู่การใช้ระเบียบวิธีของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ที่คณะวิจัยพัฒนาขึ้นจากการดำเนินการโครงการระยะที่ 1 ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมที่ดำเนินการควบคู่กันด้วยเครื่องมือห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab) และการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) ที่เรียกว่า ปฏิบัติการเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City Lab) ซึ่งเป็นการปฏิบัติการทางสังคมบนบริบทและสถานการณ์มีความซับซ้อน และต้องทำงานร่วมมือกับหลายฝ่าย หลายองค์กรในการทำงานเพื่อแก้ปัญหาของเมืองร่วมกัน จึงต้องอาศัยการประเมินผลเชิงพัฒนา (Developmental Evaluation: DE) เพื่อสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม (Innovation) และการดำเนินการ (Intervention) จัดตั้งสถาบันการเรียนรู้ของ คนทุกช่วงวัยจังหวัดระยอง (RILA) ด้วยการมุ่งสร้างให้เกิดความสัมพันธ์ที่สมดุลในการร่วมแลกเปลี่ยนและสร้างการเรียนรู้ของภาคีเครือข่ายผู้ดำเนินงานจริงในพื้นที่ ระหว่างผู้เรียนรู้ (Learners) ผู้ให้บริการการเรียนรู้ (Learning Providers) และผู้สนับสนุนหรือรับรองการเรียนรู้ (Endorsers) ผ่านการทำงานโครงการวิจัย
งานวิจัยที่น่าสนใจ